ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีนั้นนับวันจะยิ่งมีความสำคัญและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธนาคารมากขึ้น โดยเป็นสิ่งที่เพิ่มมูลค่า เสริมสร้างความมั่นคง และความยั่งยืนของธนาคารอย่างต่อเนื่อง ผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ให้ความสนใจมากขึ้นตามลำดับในการนำปัจจัยทางด้านการกำกับดูแลกิจการของแต่ละบริษัทมาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการตัดสินใจในการลงทุน ทั้งนี้ผู้ลงทุนจะให้มูลค่าหุ้นของบริษัทใดสูงก็ขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทนั้นด้วย
ดังนั้น ในการจัดโครงสร้างองค์กรและแนวทางการบริหารงานของธนาคารภายหลังการรวมกิจการของ
3 สถาบัน จึงได้ให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการเป็นอย่างยิ่ง โดยในหลักการเบื้องต้นธนาคารต้องคำนึงถึงแนวทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
- ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานโดยเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่หน่วยงานของทางการกำหนดขึ้น
- กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบและการควบคุมภายในในแต่ละส่วนงานอย่างเหมาะสม
- พัฒนาให้มีระบบการกำกับดูแลกิจการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของธุรกิจธนาคารพาณิชย์
เพื่อให้บรรลุผลในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี ธนาคารจึงได้ดำเนินการกำหนดทิศทาง กรอบกลยุทธ์และ
แนวทางการดำเนินการของธนาคารภายหลังการรวมกิจการ กล่าวคือ
- การจัดให้มีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอันจะนำไปสู่ความสำเร็จ โดยสามารถวัดผลได้ชัดเจน ทั้งในระดับองค์กร ผู้บริหาร และพนักงาน
- การกำหนดผู้รับผิดชอบ อำนาจการตัดสินใจ รวมทั้งขั้นตอนการอนุมัติที่ชัดเจนตั้งแต่พนักงานจนถึงคณะกรรมการธนาคาร
- การสร้างกลไกในการสอดรับและประสานกันอย่างลงตัวระหว่างคณะกรรมการธนาคาร ผู้บริหารระดับสูง รวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบ
- การจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี โดยมีสายงานที่ชัดเจนสำหรับการตรวจสอบภายใน การมีผู้สอบบัญชีภายนอกพร้อมขอบเขตการปฏิบัติที่เหมาะสม การมีระบบบริหารความเสี่ยง รวมถึงมีการสอบยันระหว่างสายงานด้านธุรกิจและสายงานด้านการปฏิบัติการ
- การจัดให้มีการติดตาม ให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของทางการ และของธนาคารเองอย่างเคร่งครัด ในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกรรมของธนาคารที่เกี่ยวโยงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และ/หรือ ธุรกิจที่ธนาคารเข้าไปลงทุน ทั้งนี้ได้เน้นให้มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะชนอย่างโปร่งใสด้วย
- การเปิดเผยข้อมูลทั้งภายในและภายนอกธนาคารเป็นไปอย่างเพียงพอและตามเวลาที่เหมาะสม
- การกำหนดผลตอบแทนอย่างสมเหตุสมผลสำหรับพนักงานในทุกระดับเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานของธนาคาร และอัตราเพิ่มของค่าตอบแทนเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเพิ่มของผลกำไรธนาคารมีความเหมาะสม
- การส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความรับผิดชอบและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของพนักงาน เพื่อนำไปสู่การมีวัฒนธรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดียิ่งขึ้นในธนาคาร
โครงสร้างการจัดการ
การจัดโครงสร้างการจัดการของธนาคารเพื่อให้สอดคล้องกับการกำกับดูแลกิจการ นั้น เป็นสิ่งที่ธนาคารได้พิจารณาดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อรองรับการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงของธนาคารภายหลังการรวมกิจการ โดยธนาคารได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการทั้งในระดับกรรมการธนาคารและระดับฝ่ายจัดการ ทั้งนี้เพื่อให้มีความคล่องตัว ทั้งในการกำหนดนโยบาย การปฏิบัติงาน และการติดตามการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้การแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารใดเข้าร่วมในคณะกรรมการแต่ละชุดต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งในด้านประสบการณ์ ความสามารถ สายงานที่รับผิดชอบ และความเป็นอิสระด้วย
การดำเนินการของธนาคารเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
การดำเนินการในเรื่องบรรษัทภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดีของธนาคาร ได้ดำเนินการมาโดยตลอด
ทั้งในช่วงก่อนและหลังที่มีการรวมกิจการกับ ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) และ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อปลายปี 2547 โดยสรุปเบื้องต้นได้ดังนี้
- การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องโครงสร้างคณะกรรมการธนาคารเพื่อส่งเสริมธรรมภิบาลโดยเคร่งครัด รวมทั้งภายหลังการรวมกิจการได้ปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีสำนักบรรษัทภิบาลและกำกับการปฏิบัติงานขึ้น เพื่อรับผิดชอบการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยตรง
- เน้นมาตรฐานเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักเกณฑ์ 15 ข้อ ภายใต้แนวทางและระเบียบปฏิบัติของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมประเด็นหลักๆ กล่าวคือ สิทธิของผู้ถือหุ้น
- การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
- การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
- การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
- ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
- สำนักบรรษัทภิบาลและกำกับการปฏิบัติงานของธนาคารจะมีความเป็นอิสระ และมีหน้าที่สรุปรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามกฎเกณฑ์ของทางการ รวมทั้งแนวทางในเรื่องบรรษัทภิบาล ซึ่งทางการอาจมีข้อกำหนดที่เปลี่ยนไปให้แก่คณะกรรมการตรวจสอบรับทราบเป็นประจำ พร้อมเสนอวิธีปฏิบัติของธนาคารที่ควรเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดเหล่านั้น เช่น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรรมการอิสระ
- เข้าร่วมกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ในโครงการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (Report on the Observance of Standards and Codes : ROSCs) โดยเฉพาะในเรื่องของ Anti-Money Laundering ซึ่งเป็นการเสริมภาพพจน์ด้านบรรษัทภิบาลของประเทศ
- ธนาคารให้ความสำคัญในเรื่อง Corporate Social Responsibility (CSR) โดยได้ติดตามและเข้าร่วมประชุมกับองค์กรอิสระต่างๆ ถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อนำมาปฏิบัติต่อไป
- กำหนดให้มีการทบทวนและปรับปรุงจรรยาบรรณ และจริยธรรมทางธุรกิจ ให้เหมาะสมกับผู้บริหารและพนักงานแต่ละระดับ
ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2549
(Corporate Governance Report of Thai Listed Companies CGR 2006)
จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ ดีมาก (Very Good)
|