ENG | TH

ลำดับเหตุการณ์การรวมกิจการ

กำหนดเวลา ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญ

25 มิถุนายน 2547

ดำเนินการด้าน Tender Offer สำเร็จตามเป้าหมาย        สามารถแลกหุ้นธนาคารดีบีเอสไทยทนุได้ในสัดส่วนร้อยละ 99.32 และ IFCT ได้ในสัดส่วนร้อยละ 98.45

30 มิถุนายน 2547

รายงานผลดำเนินการด้าน Tender Offer ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) รวมทั้งการจัดทำรายงานเพื่อจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์

2 กรกฎาคม 2547

 

 

 

Ownership Day 1 ซึ่งเป็นวันที่ ธนาคารทหารไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทั้งสองสถาบัน
นับเป็นขั้นตอนแรกของการร่วมเข้าเป็นธุรกิจเดียวกัน โดยที่ :
  • สถานภาพของแต่ละสถาบันยังคงดำเนินธุรกิจเช่นเดิม
  • TMB มีบทบาทเป็นบริษัทแม่ของ DTDB และ IFCT
  • การให้บริการลูกค้ายังคงใช้ระบบเดิมของแต่ละสถาบัน
  • โครงสร้างองค์กรของแต่ละสถาบันยังคงเดิม

การงดค่าธรรมเนียมการใช้ ATM ระหว่างธนาคารทหารไทย และธนาคารดีบีเอสไทยทนุมีผลบังคับใช้

6 กรกฎาคม 2547

หุ้นสามัญของธนาคารทหารไทย  ที่ออกใหม่จากการทำ Tender offer จะสามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2547

  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดให้ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ  ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนอีกต่อไป
  • ธนาคารทหารไทย และธนาคารดีบีเอส ลงนามในสัญญาการให้บริการ
  • ธนาคารทหารไทย และธนาคารดีบีเอสไทยทนุ  ลงนามในสัญญาโอนสินทรัพย์    

31 สิงหาคม 2547

ทีมเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารนำโดย CEO (ดร.สุภัค ศิวะรักษ์) COO (นายไกรทิพย์ ไกรฤกษ์) และ CFO (นายไมเคิล แอนดรูว์ เฮก) ได้แถลงต่อสื่อมวลชนถึงความสำเร็จของการรวมกิจการ ทำให้ธนาคารทหารไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ ด้วยสินทรัพย์กว่า 6.7 แสนล้านบาท สาขารวมกันทั้งสิ้น 453 สาขา 52 ศูนย์ธุรกิจ จำนวนพนักงานกว่า 8,000 คน และฐานลูกค้ากว่า 4 ล้านราย รวมทั้งได้แสดงวิสัยทัศน์ (Vision) “ Dynamic Partnership For Value” มุ่งสู่ธนาคารที่พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ พัฒนาอย่างไม่หยุดยิ่ง ที่จะสร้างคุณค่าเพิ่มในการบริการ ด้วยศักยภาพ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า และในวันเดียวกันนี้ ยังได้มีการลงนามในสัญญา “Master Service Agreement” ระหว่างธนาคารทหารไทยกับ DBS Bank Ltd. ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การให้บริการรวมทั้งมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบ (Best Practices)

1 กันยายน 2547

Legal Day 1 ซึ่งเป็นวันที่การรวมกิจการระหว่างธนาคารทหารไทย ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ และ IFCT มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยที่ :

  • มีการขึ้นสัญลักษณ์ธนาคารทหารไทย ไว้ที่ทุกสาขาของทั้งสามสถาบัน
  • มีการโอนกิจการ ได้แก่สินทรัพย์ หนี้สิน พนักงานและการดำเนินการทั้งหมดของดีบีเอสไทยทนุ และ IFCT ไปที่ธนาคารทหารไทย
  • การดำเนินงานของธนาคารใหม่อยู่ภายใต้อำนาจอนุมัติของผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่
  • การให้บริการลูกค้ายังคงใช้ผลิตภัณฑ์ บริการและระบบเดิมของแต่ละสถาบัน
  • ลูกค้าสินเชื่อของทั้งสามสถาบัน สามารถชำระหนี้ตามสัญญาได้ที่ TMB ทุกสาขา
  • อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของ ดีบีเอสไทยทนุ และ IFCT จะเป็นไปตามประกาศของ ธนาคารทหารไทย
  • สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ และตราสารเงินฝากของธนาคารทหารไทย  สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งมากขึ้นขององค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยการรวมกิจการ เป็นการเพิ่มธุรกิจสาขาทั้งในด้านของส่วนแบ่งตลาด และในด้านขอบเขตผลิตภัณฑ์       

18 ตุลาคม 2547

System Day 1 คือวันที่ระบบการทำงานของทั้งสามสถาบันเป็นระบบเดียวกัน โดยที่ :

  • ลูกค้าเดิมของทั้งสามสถาบัน สามารถใช้บริการได้ทุกสาขา
  • เริ่มใช้นโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับธนาคารใหม่
  • ระบบงานต่างๆ เริ่มสามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น
    • การชำระบัญชี
    • การฝาก-ถอน
    • การใช้บริการอื่นๆ
  • มีบริการใหม่ๆที่หลากหลายสำหรับลุกค้าทุกประเภท

2548
มีนาคม 2548

ดำเนินการผสานโครงสร้างอัตราเงินเดือน และผลตอบแทนพนักงานของทั้งสามสถาบันให้สอดคล้องกัน (Harmonized Salary Arrangement)

     
© Copyright 2005 TMB Bank Public Company Limited