สูตรลัดเก็บเงินแบบเบาเบา สไตล์ชาว GEN Y ผู้รักการใช้ชีวิตแบบชิลล์ๆ

“ชาว GEN Y หลายคน มีความฝันอยากจะมีอนาคตที่ดี มีชีวิตที่มั่นคง อยากมีบ้าน มีรถ และมีเงินเก็บเยอะๆ ใช่มั้ยครับ?” ฟังดูเหมือน เรื่องยาก และไกลตัวเสียเหลือเกิน แต่ความจริงแล้ว เรื่องการเริ่มต้นเก็บเงินเป็นเรื่องที่ง่ายมากครับ และเราสามารถเริ่มต้นทำได้ทันที! แม้ว่าเราจะมีภาระหรือมีหนี้อยู่ก็ตาม เพราะของแบบนี้มันอยู่ที่ “ใจ” และ “วินัย” ของเรา ถ้าสตรองพอ เริ่มเก็บเงิน ก็ไม่ใช่ปัญหา

และนี่ก็คือ เทคนิคสูตรลัดเก็บเงินแบบเบาเบา สไตล์ชาว GEN Y ที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ กันครับ

สูตรลัดเก็บเงินแบบชิลล์ๆ สไตล์ มาดามฟินนี่

สาวโสดที่รักในการสอนการจัดการการเงิน เพื่อชีวิตที่ Easy

“ จะเก็บเงิน ก็ต้องตามใจตัวเองเบาๆ หน่อยเพราะชีวิตยังต้องไปต่อ ”

ก่อนจะตามใจตัวเอง ต้องรู้เรื่องของการมี “งบประมาณ” เสียก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อเลย ถ้าเรามีมุมมองที่ถูกต้อง เพราะมันคือการที่เรากำหนด “ทิศทาง” ว่าเราจะใช้เงินที่หามาได้อย่างไร เพื่อให้มีชีวิตในแบบที่เราต้องการต่อชีวิตที่ดี ทั้งวันนี้และวันหน้า

การทำงบประมาณ ไม่ยากไม่ทรมานอย่างที่หลายคนจินตนาการไว้เลยค่ะ เริ่มจากเข้าใจธรรมชาติของรายจ่ายก่อนว่ามันคือเงินที่จ่ายออกจาก กระเป๋าของเรา ซึ่งหลักๆ แล้วมี 3 ประเภทด้วยกันค่ะ

1) รายจ่ายเพื่อออมและลงทุน - อันนี้เงินออกจากกระเป๋าเราวันนี้แต่จะกลับมาในวันข้างหน้าค่ะ ก็รวมพวกเงินฝาก เงินลงทุนในกองทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ คือ เป็นส่วนที่เป็นสินทรัพย์ของเรานั่นเอง

2) รายจ่ายคงที่ – รู้แน่ๆ ว่ายังไงก็ต้องจ่าย เช่น พวกค่าเช่า ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเบี้ยประกัน ให้พ่อให้แม่ ฯลฯ คืออะไรที่เราพอรู้จำนวนแน่ๆ นอนๆ ออกจากบ้านหรือไม่ออกก็ต้องจ่าย

3) รายจ่ายผันแปร – ก็ตรงข้ามกับคงที่ คือ มีต้องจ่าย แต่ไม่แน่นอนแล้วแต่ว่าเรามีกิจกรรมในชีวิตมากน้อยแค่ไหน เช่น ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าช้อปปิ้ง ซึ่งตรงนี้ เราเลือกได้ ว่าจะจ่ายหรือไม่ และจ่ายมากน้อยแค่ไหน

จากนั้นก็มาแบ่งงบการใช้เงินเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์จากรายได้ต่อเดือน โดยแบ่งมาออมก่อนใช้ เป็นการสร้างอนาคตอย่างมีวินัย ซึ่งทำได้ไม่ยากเลยค่ะ ขอแค่เริ่มต้น แล้วค่อยๆ เพิ่มเปอร์เซ็นต์ตรงนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อเรามีรายได้เพิ่ม ก็จะทำให้เงินเก็บโตขึ้นเรื่อยๆ ได้ค่ะ แล้วค่อยมาแบ่งเงินส่วนที่เหลือให้กับรายจ่ายทั้งแบบคงที่และผันแปร เคล็ดลับก็คือ รายจ่ายคงที่พยายามให้มีน้อยๆ เข้าไว้เท่าที่เป็นไปได้ และคุมรายจ่ายผันแปรที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ตามงบประมาณที่เราวางไว้โดยที่เราสามารถแบ่งไปใช้อะไรก็ได้ค่ะสังสรรค์ ซื้อของ กิน เที่ยว เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง ขออย่างเดียว คือใช้เงินตามแผนตามเปอร์เซ็นต์ที่วางไว้

แถมให้นิดนึงค่ะ.. ถ้าอยากให้เงินออมโตไวขึ้น ก็ลองแค่จับตาดูรายจ่ายที่วางแผนไว้และที่ใช้จริง ลองดูว่าเอ๊ะ..มีรายจ่ายตรงไหนอีกบ้างนะ ที่สามารถลดลงหรือตัดออกได้อีก เพราะว่าถ้าทำได้เนี่ย..เงินที่ไม่ต้องใช้จ่ายก็จะไหลเข้าไปในส่วนของเงินออมเพิ่มขึ้นได้ค่ะ ยิ่งจำนวนเงินที่ออมเพิ่มขึ้นก็จะเข้าใกล้เป้าหมายเรื่องเงินที่อยากได้เร็วขึ้น เช่น ลดการกินข้าวนอกบ้านจากเดือนละ 10 ครั้ง (แทบจะวันเว้นวัน) เหลือ 8 ครั้ง (สัปดาห์ละ 2 ครั้ง) ก็อาจจะประหยัดได้ 600 บาท (กินข้าวนอกบ้านมื้อละ 300 บาท) เงิน 600 บาทตรงนี้ก็กลายเป็นเงินออมได้ ซึ่งมัน คือ ปีละ 7,200 บาท เลยนะคุ้มค่าน่าลองออกนะคะ.. มาดามว่า

สำคัญที่สุด คือการฝึกที่จะรู้จักอดกลั้น อดทน รอคอย ไม่ใช้จ่ายเมื่องบประมาณส่วนที่ตั้งไว้หมดลง อดใจเลื่อนการใช้จ่ายไปเดือนถัดไป ทั้งหมดนี้ทำได้จากการฝึกฝนจนเกิดความมีวินัยอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

สูตรลัดเก็บเงินแบบชิลล์ๆ สไตล์ aomMONEY

ทำเรื่องเงินเรื่องลงทุนที่เป็นเรื่องยากให้เข้าใจง่ายที่สุด

“ออมก่อนใช้ ต้องอย่างน้อย 10% ของรายได้ต่อเดือน”

ตามหลักสมการความมั่นคงทางการเงินที่ว่า รายได้ - เงินออม = รายจ่าย และถ้าเพื่อนๆ ยังไม่รู้ว่า เอ…แล้วเราจะเก็บเงินไว้ที่ไหนดี aomMONEY ขอแนะนำว่า “ฝากไม่ประจำสิครัช รออะไร” ฟังไม่ผิด...เพราะไม่ใช่บัญชีฝากประจำ นี่เป็นบัญชีฝากไม่ประจำ หรือที่บางคนอาจคนเรียก บัญชีออมทรัพย์พิเศษ จะชื่ออะไรก็แล้วแต่ อันนี้จัดมาให้สายชิลล์โดยเฉพาะ เพราะจะฝากช่วงไหนของเดือนก็ได้ กี่ครั้งก็ได้ ให้ดอกเบี้ยสูงพอๆ กับ ฝากประจำ แต่ชิลล์กว่าเพราะถอนได้เหมือนออมทรัพย์ จำเป็นต้องใช้ก็ถอนได้

อันนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับชาว GEN Y เลยครับ ถ้าไม่รู้ว่าที่ไหนดอกเบี้ยสูง search เลยครับ “ฝากไม่ประจำ ถอนได้ ดอกสูง” แล้วก็ตัดสินใจเลือกเอาเลยว่าอยากเลือกฝากกับแบงก์ไหนที่ให้ดอกเบี้ยที่เราพอใจ

สูตรลัดเก็บเงินแบบชิลล์ๆ สไตล์ อภินิหารเงินออม

กูรูที่อยากให้คนไทยสนุกไปกับการออมเงิน

“GEN Y ต้องมีเงินเก็บฉุกเฉิน”

เผื่อชีวิตเกิดดราม่า จะได้ไม่ต้องเข้าไปสู่วังวนหนี้สินที่ยับเยินเพราะดอกเบี้ยเงินกู้แสนแพง เช่น ตกงานกระทันหัน เราก็ไม่เดือดร้อน ยังมีเงินกินข้าว บ้านรถยังอยู่ครบเพราะมีเงินฉุกเฉินที่ตุนไว้มาใช้จ่ายระหว่างรองานใหม่

ควรมีเท่าไหร่ : เตรียมไว้ 3 - 6 เท่าของค่าใช้จ่าย เช่น หนี้สินและใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ 25,000 บาท ควรมีเงินฉุกเฉินไว้ 75,000 - 150,000 บาท ถ้าตกงานก็ยังมีเงินใช้ต่อลมหายใจไปได้อีก 3- 6 เดือน

เก็บเงินไว้ที่ไหน : ควรเลือกวิธีเก็บเงินที่เงินต้นอยู่ครบมีสภาพคล่องสูงทำให้เราถอนใช้ง่ายๆ เช่น ฝากไม่ประจำ ถอนได้ ดอกเบี้ยสูง หรือ กองทุนรวมตลาดเงิน
และนี่ คือ 3 สูตรลัดง่ายๆ การเก็บเงินที่สุดแสนจะชิลล์ ที่แนะนำโดย Guru ที่เชี่ยวชาญ ชาว Gen Y ทั้งหลายที่เพิ่งเริ่มต้น ก็สามารถลองหยิบสูตรลัดการเก็บเงินแบบชิลล์ๆ เหล่านี้ไปใช้กันดูได้เลย เพราะอีกไม่นานเราก็จะเข้าวัย 40 กันแล้ว ไม่มีแฟนไม่เท่าไหร่ แต่ไม่มีตังค์นี่เรื่องใหญ่! #ของมันต้องมีก่อน40