“มาถึงจุดนี้แล้ว จัดหนักไปเลย” สูตรลัดเก็บเงินแบบจัดหนัก สำหรับ ชาว Gen Y

เก็บเงินมาสักระยะ ชาว GEN Y ทั้งหลายก็อยากจะต่อยอดเงินให้งอกเงยขึ้นกันมาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว แนะนำว่าลองจัดหนักไปเลยด้วยเทคนิคสูตรลัดเก็บเงินแบบจัดหนักตามนี้ครับ

สูตรลัดเก็บเงินแบบจัดหนัก สไตล์ มาดามฟินนี่

สาวโสดที่รักในการสอนการจัดการการเงิน เพื่อชีวิตที่ Easy

“จัดหนักการออมกับชีวิต! เพื่ออนาคตที่ไม่ลำบาก”

มาดามรู้ว่าของทุกอย่างมันต้องมี ชีวิตมันก็ต้องใช้ แต่อย่าลืมคนแก่ในอนาคตด้วย ถามว่าคนแก่ในอนาคตคือใคร ก็คือตัวเรานั่นแหละ!! อยากจะเตือนสติว่าของกินของใช้ ช้อปได้ ซื้อได้ แต่ควรมีความห้ามใจไว้บ้าง แล้วก็ทบทวนเป้าหมายในชีวิตเพื่อเช็คว่าการออมเงินของเรายังอยู่กะร่องกะรอย

ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นหน้าที่การงานก็เติบโตขึ้นไปพร้อมกับรายได้ เมื่อนั้นก็หัดเพิ่มจำนวนเงินจากรายได้ที่ได้รับ เติมลงไปในการลงทุนที่เราสามารถรับความเสี่ยงได้ด้วยนะจ๊ะ เพราะมาดามบอกเลยว่ายุคนี้ไม่สามารถออมอย่างเดียวเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ ชีวิตในวัยเกษียณได้อีกแล้ว ดังนั้นต้องจัดหนัก! จัดเต็มด้วยการเติมความรู้ด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดเอาเงินที่ได้ไปลงทุนและกระจายความเสี่ยงอย่างพอดีไม่ว่าจะเป็นกองทุน ตราสารหนี้ หุ้น หรือประกันก็ตาม

เคยได้ยินเรื่อง Wealth Formula สูตรแห่งความมั่งคั่งไหมคะ?
เงินออม x ระยะเวลา x อัตราผลตอบแทน = ความมั่งคั่ง
หรือเงินที่เราจะมีในอนาคต


ตัวอย่างเช่น คน 3 คน เงินเดือนเท่ากัน ออมเท่ากัน เกษียณอายุเท่ากันที่ 60 ปี เงินเดือน 25,000 บาท ออมเงิน 10% ต่อเดือน คือ 2,500 บาท ได้รับอัตราผลตอบแทนสมมติที่ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่ากันทุกคน ออมไปเรื่อยๆ แบบไม่ถอน

A เริ่มออมตอนอายุ 22 ปี มีเวลาออม 38 ปี จนถึงอายุ 60 ปี ถ้าออมเดือนละ 2,500 บาททุกเดือน รวม 38 ปี จะมีเงินต้นทั้งหมด 1,140,000 บาท หากนำเงินต้นลงทุนจนได้ดอกเบี้ยตลอด 38 ปี จะมีเงินออมทั้งสิ้น 3,395,732 บาท!!

B เริ่มออมตอนอายุ 30 ปี มีเวลาออม 30 ปี จนถึงอายุ 60 ปี ถ้าออมเดือนละ 2,500 บาททุกเดือน รวม 30 ปี จะมีเงินต้นทั้งหมด 900,000 บาท หากนำเงินต้นลงทุนจนได้ดอกเบี้ยตลอด 30 ปี จะมีเงินออมทั้งสิ้น 2,080,646 บาท

C เริ่มออมตอนอายุ 40 ปี มีเวลาออม 20 ปี จนถึงอายุ 60 ปี ถ้าออมเดือนละ 2,500 บาททุกเดือน รวม 20 ปี จะมีเงินต้นทั้งหมด 600,000 บาท หากนำเงินต้นลงทุนจนได้ดอกเบี้ยตลอด 20 ปี จะมีเงินออมทั้งสิ้น 1,027,584 บาท

ดังนั้น ถ้าอยากเกษียณแบบมีเงิน การเริ่มวางแผนเก็บเงินเพื่อเกษียณตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็จะได้เปรียบในเรื่องของระยะเวลาและยังได้เปรียบในเรื่องของ “ดอกเบี้ยทบต้น” อีกด้วย เพราะถ้าเริ่มออมหรือลงทุนเร็ว ก็จะมีระยะเวลาที่ยาวนานในการให้เงินทำงาน ทำให้เงินของเรางอกเงยได้ มากกว่าการที่เราจะเริ่มออมตอนที่อายุมากแล้ว เพราะนั่นแปลว่าเราจะเหลือเวลาในการออมหรือลงทุนอีกไม่มากค่ะ

สูตรลัดเก็บเงินแบบจัดหนัก สไตล์ aomMONEY

ทำเรื่องเงินเรื่องลงทุนที่เป็นเรื่องยากให้เข้าใจง่ายที่สุด

“เก็บเงินก้อนด้วยการลงทุนระยะยาวกับกองทุนหรือหุ้น”

วิธีนี้เหมาะกับชาว GEN Y สายจัดหนักที่หวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก ซึ่งสำหรับมือใหม่ในเรื่องการลงทุนนี้ ขอแนะนำว่าให้เลือกใช้วิธี DCA (Dollar Cost Average) หรือการซื้อกองทุนหรือหุ้นเป็นงวดๆ เฉลี่ยงวดละเท่าๆ กัน โดยไม่สนราคาว่าจะถูกหรือแพงครับ แต่สายจัดหนักแบบนี้ก็ต้องระวังความเสี่ยงจากการขาดทุนด้วยนะครับ ซึ่งข้อดีของการ DCA นั้น นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในครั้งเดียว ไม่ต้องใช้เงินก้อน เพราะกองทุนบางที่ก็ซื้อขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 1,000 บาท และยังเป็นการสร้างวินัยในการออมที่ดีด้วยครับ

สูตรลัดเก็บเงินแบบจัดหนัก สไตล์ อภินิหารเงินออม

กูรูที่อยากให้คนไทยสนุกไปกับการออมเงิน

ใช้เงินแบบนี้แล้วชีวิตดี๊ดี!! เริ่มจาก รายได้ - เงินออม - หนี้สิน = รายจ่ายส่วนตัว พอเงินเดือนเข้ากระเป๋าปุ๊บ ก็เอาไปออมก่อนแล้วจ่ายหนี้สิน สุดท้ายเหลือเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้นเราแบ่งรายได้ 100% เป็น 3 ส่วน ตามนี้จ้า …

tbl_saving_mobile_full
ถ้าเรามีหนี้สินหรือรายจ่ายส่วนตัวน้อยลงก็จะมีเงินออมมากขึ้น เอาล่ะหลังจากที่เรามีเงินฉุกเฉินครบ 3 - 6 เท่าของค่าใช้จ่าย และแบ่งเงินเพื่อชีวิตอิสระในวัยเกษียณแล้ว อย่าลืม!!เก็บเงินเพื่อเรื่องนี้ด้วยจ้า

แบบจัดหนัก!! : เงินออมกับชีวิต เพื่ออนาคตที่สดใส

“เรารู้วันเกิด แต่ไม่รู้วันตาย” เมื่อรายได้ของเราเป็นเสาของบ้านที่ยึดโครงสร้างทุกอย่างไว้ให้มั่นคงถ้าทำประกันปิดประตูความเสี่ยงไว้ แม้ว่าโชคร้ายเกิดแผ่นดินไหวหนักครั้งใหญ่ บ้านพังยับ ก็ยังเบาใจเพราะครอบครัวมีเงินก้อนมาสร้างบ้านหลังใหม่ได้
เราควรมีความคุ้มครองจากประกันชีวิตเท่าไหร่?
แนวคิดการทำประกันชีวิตแบบ Human Capital คือ ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเกษียณ เรามีความสามารถหารายได้เท่าไหร่ ควรซื้อความคุ้มครองชีวิตอย่างน้อย 5 เท่าของรายได้ต่อปี (เช่น เรามีรายได้ปีละ 360,000 บาท ควรมีความคุ้มครองชีวิตอย่างน้อย 360,000 x 5 = 1,800,000 บาท แปลว่าหากเสียชีวิตมีเงินให้ครอบครัวได้ทำใจและปรับตัวอย่างน้อย 1,800,000 บาท เป็นรายได้ล่วงหน้าของเรา 5 ปี)


วิธีการคำนวณ : เราทำงานอีก 30 ปี มีรายได้เดือนละ 30,000บาท สมมติรายได้คงที่ ตลอดชีวิตเราสร้างรายได้ให้ครอบครัวประมาณ 360,000 บาท x 30 ปี = 10,800,000 บาท ถ้าอย่าลืมว่ารายได้ของเราเพิ่มขึ้นทุกปีตามความสามารถของเราอนาคตก็จะมีเงินมากกว่านี้

แนวคิดการทำประกันชีวิต คือ ซื้อความคุ้มครองชีวิต (เรียกเป็นทางการว่าทุนประกัน) 1,800,000 - 10,800,000 บาท
เช่น เราต้องการสร้างความคุ้มครองรายได้ 5,000,000 บาท ที่ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน เบี้ยประกันปีละ 24,000 บาท เบี้ยประกันที่เราจ่ายเพื่อซื้อความคุ้มครองเปลี่ยนแปลงไปตามเพศ อายุ จำนวนความคุ้มครอง ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพคล่องของตัวเองด้วย
▪ คนโสด จ่ายเบี้ยประกันต่อปี ไม่ควรเกิน 15 - 20%ของรายได้ต่อปี
▪ คนมีครอบครัว จ่ายเบี้ยประกันต่อปี ไม่ควรเกิน 10 -15% ของรายได้ต่อปี
ตัวอย่าง : การออมเงินแบบจัดหนัก

เราอายุ 30 มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท รายจ่ายเดือนละ 25,000บาท แบ่งออมเดือนละ 5,000 บาท อยากมีเงินสำรองไว้เผื่อตกงานและเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ ควรแบ่งเก็บที่ไหน เท่าไหร่

เงินฉุกเฉิน : จำนวน 75,000 - 150,000 บาทเราทยอยเก็บไว้เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงเดือนละ 1,500 บาท
เงินเกษียณ : เราเก็บไว้ที่กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศเดือนละ 1,500 บาท
เงินปกป้องรายได้ : เราเก็บไว้ที่ประกันควบการลงทุนเดือนละ 2,000 บาท

อย่ารอ อย่าเดี๋ยว ต้องเริ่มทำทันที!!
ทั้งหมดนี้ คือ สูตรลัดเก็บเงินแบบจัดหนัก สำหรับ ชาว GEN Y หวังว่าที่เล่าให้ฟังทั้งนี้จะพอเป็นแนวทางให้ GEN Y
ทุกคนสามารถนำไปใช้บริหารเงินของตัวเองได้พร้อมกับมีชีวิตในวัยเกษียณตามภาพที่ฝันไว้
ที่สำคัญยังสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะไปกิน ช้อป ใช้หรืออะไรก็ตาม “เงินเก็บ” = #ของที่มันต้องมีก่อน40