5G จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยอย่างไร

View in PDF

หลังจากเทคโนโลยี 4G เปิดตัวใช้งานในไทยกว่า 6 ปีแล้ว ทำให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้มีประสบการณ์ความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นสู่ยุคติดโซเชียลชอปออนไลน์ไลฟ์สดผ่านมือถือกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ในตอนนี้ หลายประเทศเริ่มมีการใช้ 5G กันมากแล้ว ประเทศไทยเองที่พูดถึงกันมาก คือ การที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตั้งเป้าผลักดันให้มีการประมูลคลื่น 5G ในไทยภายใน 16 กุมภาพันธ์ปีหน้า (ปี 2563) เพื่อให้มีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในอนาคต การมาของ 5G นั้นทำให้หลายท่านสงสัยว่ามีเทคโนโลยี 5G จะทำให้เราๆท่านๆและประเทศได้มากกว่า 4G อย่างไร และใครจะได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ยุค 5G

ก่อนอื่น ผมขอสรุปอย่างย่อๆ ว่าเทคโนโลยี 5G ที่ถูกนำมาใช้ทดแทน 4G จะส่งผลทำให้เกิดสามสิ่งดังต่อไปนี้ คือ หนึ่ง... “ความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้น” โดยความเร็ว 5G จะสูงกว่า 4G ถึง 20 เท่า ซึ่งจะทำให้ความคมชัดการเล่นวิดีโอ Streaming สูงถึงระดับ 4K หรือ 8K และการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือ Virtual Reality (VR) ได้อย่างไม่ติดขัด สอง... “อัตราการตอบสนองต่อการสั่งการรวดเร็ว” ซึ่งจะเร็วกว่า 4G ถึง 30 เท่า คุณสมบัตินี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ การผ่าตัดจากทางไกล หรือแม้กระทั่งเกิดภาพของเมืองอัจฉริยะที่มีการใช้บริการในลักษณะรีโมทคอนโทรลอย่างเต็มรูปแบบ และสาม... “รองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้จำนวนมาก” โดยจะสามารถรองรับอุปกรณ์ Internet of Thing (IoT) ได้มากถึง 1 ล้านชิ้นต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งมากกว่าเทคโนโลยี 4G ถึง 10 เท่าตัว ทำให้สามารถเชื่อมอุปกรณ์ Smart Device รวมถึง Censer ของอุปกรณ์ IoT จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้โดยง่าย

จากผลที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ 5G ตอนนี้เรามาดูกันว่าสิ่งที่ดีกว่านั้นจะสร้างประโยชน์ได้ใน 3 กลุ่มที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.ผู้บริโภค จากเทคโนโลยี 5G อาจจะดูไม่แตกต่างจนรู้สึกได้เพราะเทคโนโลยี 4G ในเรื่องความเร็ว ทำให้เพียงต่อการใช้งานโดยปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บไซต์ เล่นโซเชียลมีเดีย ซื้อสินค้าออนไลน์ ฯลฯ แต่ว่าเทคโนโลยี 5G จะทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น ทำให้เราสามารถดูทีวีหรือวีดีโอ streaming ได้คมชัดขึ้นระบบ 4K อย่างสบาย ไม่มีสะดุด และสามารถใช้งาน Non-voice ได้แบบ Real Time มากขึ้น สิ่งที่จะได้มากขึ้นจากการเป็น 5G เป็นการเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของ Smart Device ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้เราสามารถสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้อย่างอย่างรวดเร็ว และหลายอุปกรณ์พร้อมกันโดยไม่ทำให้ระบบสั่งการทำงานช้าลง

2.ผู้ประกอบการธุรกิจ หากผู้ประกอบการสามารถประยุกต์ใช้ธุรกิจอย่างเหมาะสมจะทำให้เกิดผลประโยชน์ค่อนข้างมาก เนื่องจากเทคโนโลยี 5G จะเปลี่ยนแปลงภาพธุรกิจของผู้ประกอบการในอนาคต เนื่องจากทำให้ Internet of Thing ข้ามไปสู่การเป็น Massive IoT คือ การเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ให้ความรวดเร็ว มีความเสถียรสูง และรองรับอุปกรณ์ Smart Device ต่างๆเพิ่มขึ้น พร้อมๆกันและมีความแม่นยำมากขึ้น จุดเด่นเหล่านี้จึงทำให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ประโยชน์ได้ 2 ทางคือ

ทางแรก...เกิดธุรกิจใหม่ ตัวอย่างเช่น “ธุรกิจรถยนต์” จะเกิดธุรกิจผลิตรถยนต์ไร้คนขับที่ให้ความปลอดภัยสูง “ธุรกิจการแพทย์” หมอจะสามารถวิเคราะห์โรคได้อย่างแม่นยำและใช้เวลาในการประเมินผลไม่นาน รวมถึงสามารถตรวจและทำการผ่าตัดคนป่วยอาการหนักด้วยฝีมือของหมอผู้เชี่ยวชาญที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโลกด้วยการใช้เทคโนโลยี 5G ในการส่งผ่านทักษะการผ่าตัดไปยังเครื่องผ่าตัดได้ที่เชื่อมต่อเทคโนโลยี 5G “ธุรกิจผลิตอุปกรณ์ Smart Device” จะมีความต้องการใช้มากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีการพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตของบ้านผู้บริโภคอย่างกว้าง “ธุรกิจโลจิสติกส์” จะสามารถขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกันอย่าง Real Time ทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่ผู้สั่งของ ผู้ส่งของ ผู้รับของ “ธุรกิจผลิตเกม” จะมีการพัฒนาเกมสามารถเล่นได้ผ่าน Cloud Gaming ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเล่นเกมคอนโซล ทำให้ผู้บริโภคสามารถเล่นเกมได้โดยไม่ได้จำกัดในเรื่องของสถานที่อีกต่อไป

และทางที่สองการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางการตลาด ด้วยเทคโนโลยี 4G เป็นเรื่องที่สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่การมีเทคโนโลยี 5G จะช่วยให้การเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการตลาดมากขึ้น เนื่องจากความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะเร็วขึ้น จะทำให้ผู้ประกอบการบริหารช่องการตลาดได้เร็วขึ้น เพราะเห็นสภาพตลาดของสินค้าอย่าง Real Time โดยผู้ประกอบการจะใช้ประโยชน์จาก Data Analytics ที่ได้จากกลุ่มลูกค้าของตนเอง แล้วทำการผลิตโฆษณาทีมีเนื้อหาสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของตนอย่างชัดเจนตรงกลุ่มเป้าหมาย

3.รัฐบาล แน่นอนว่าเทคโนโลยี 5G ผลประโยชน์แรกที่รัฐจะได้รับคือ เม็ดเงินประมูลคลื่น 5G ที่จะได้รับจากให้สัมปทานคลื่นแก่เอกชน ซึ่งจะสามารถนำเม็ดเงินดังกล่าวไปใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาประเทศต่อไป และยังรวมถึงเม็ดเงินลงทุนจากเอกชนซึ่งคาดว่าหลังจากการประมูลคลื่นเสร็จสิ้น จะมีเม็ดเงินลงทุนจากเอกชนอย่างมากในอีก 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) ทั้งนี้หากพูดถึงผลของเทคโนโลยี 5G ที่จะส่งผลต่อระบบการทำงานของรัฐคือ จากการที่ 5G ส่งผลทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะมีการลงทุนให้เกิด “เมืองอัจฉริยะ” ในเมืองที่ระบบ 5G ทั่วถึง เพื่อเป็นต้นแบบการบริหารจัดการเมืองที่ดี ตัวอย่างเช่น การจัดระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนสามารถตรวจสอบเส้นทางเดินทางอย่าง Real Time จัดระบบจราจรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดย Tracking รถยนต์ทุกคันที่สัญจรในเมืองผ่านอุปกรณ์ Smart Device ซึ่งมันจะสามารถสื่อสารกันได้เองและสามารถคาดการณ์โอกาสเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์ที่วิ่งสัญจรในเมืองอัจฉริยะได้อย่าง Real Time ฯลฯ

จะเห็นว่า ผลประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G จะเกิดขึ้นกับประเทศค่อนข้างมาก แต่จะ “เร็ว หรือ ช้า” นั้น ต้องรอดูว่า กระบวนการประมูลคลื่นและการลงทุนของเอกชนจะใช้เวลานานเท่าไหร่ มีตุ้นทุนการลงทุนทางธุรกิจมากน้อยเพียงใด ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีในตลาดโลกที่ผู้บริโภคมีความพร้อมสูงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้มาก ฉะนั้นการปรับตัวของธุรกิจไทยเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากเทคโนโลยี 5G จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและท้าท้ายภาคธุรกิจในโลกอนาคตอีกไม่เกิน 10 ปีนี้ครับ

 

-ข้อคิดเห็นที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ TMB Bank แต่อย่างใด –

(เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ คอลัมน์: ยังอีโคโนมิสต์ ฉบับวันที่ 12-14 ธันวาคม 2562 เขียนโดยนายธรรมทัช ทองอร่าม)

Back