คาดดอกเบี้ยนิ่ง รอดูปัจจัยภายนอกและภายใน

View in PDF

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics คาด กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.50 ในการประชุมวันที่ 3 สิงหาคม หลังเศรษฐกิจไทยยังมีสัญญาณบวกต่อเนื่องจากมาตรการภาครัฐและภาคการท่องเที่ยว แม้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาดูต่อไป

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งก่อนในวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 เพื่อรักษาความสามารถในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยมองว่าภาวะการเงินยังเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง และคาดว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่กรอบเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทย กิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ปัจจัยหลักที่สนับสนุนเศรษฐกิจยังคงมาจากภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ในขณะที่ภาคต่างประเทศมีเรื่อง Brexit ที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้แก่เศรษฐกิจโลกและอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย โดยการส่งออกในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาถึงแม้จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นแต่ก็ยังคงหดตัวอยู่ ทางด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากการที่รายได้เกษตรกรเริ่มปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งการลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำและกระจุกตัวในธุรกิจคมนาคมและพลังงานทดแทน

ในประเด็น Brexit ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความเปราะบางมากขึ้น สะท้อนจากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2017 ลงร้อยละ 0.1 เหลือร้อยละ 3.4 โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรและประเทศกลุ่มยูโรโซนที่อัตราการเติบโตในปีหน้าลดลงเหลือร้อยละ 1.3 และ 1.4 หรือคิดเป็นการลดลงจากประมาณการครั้งก่อนถึงร้อยละ 0.9 และ 0.2 ตามลำดับ  ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงภายใน ในเรื่องของการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จะกำหนดช่วงเวลาของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดังนั้นจึงต้องจับตามองความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนหลังการทำประชามติผ่านพ้นไป สำหรับอีกหนึ่งปัจจัยที่น่ากังวลคือการลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ แม้การลงทุนภาครัฐจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูงอย่างต่อเนื่องก็ตาม จึงเกิดคำถามว่าการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้นจะดึงการลงทุนภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ตราบใดที่กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังเหลืออยู่มาก

ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจไทยจะยังต้องเผชิญความเสี่ยง แต่ก็คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ตามแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยศูนย์วิเคราะห์ฯ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยจะขยายตัวกว่าร้อยละ 10.4 ในปี 2559 ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มีความคืบหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยคาดว่าจะเห็นเม็ดเงินราว 5 หมื่นล้านบาท เข้าสู่ระบบในช่วงที่เหลือของปี

โดยรวมแล้ว ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ยังต้องเฝ้าระวัง แต่เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ในระยะถัดไป ดังนั้นการผ่อนคลายนโยบานการเงินเพิ่มเติมจึงยังไม่จำเป็นนัก ศูนย์วิเคราะห์ฯ จึงคาดว่ากนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ในการประชุมวันที่ 3 สิงหาคมนี้

Back