กู้บ้าน

ปัญหาเรื่องถอนชื่อผู้ร่วมกู้ซื้อบ้าน

คุณชวพลซื้อบ้านโดยมีผู้กู้ร่วมด้วยคือคุณจักรพงศ์ ผ่อนชำระมาได้ประมาณ 6 ปี ถ้าหากคุณจักรพงศ์หรือคุณชวพลคนใดคนหนึ่ง ถอนตัวไม่ผ่อนชำระต่อ และจะถอนชื่อผู้กู้ร่วมออก เกรงว่าทางธนาคารจะไม่อนุมัติเนื่องจากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์และกลัวหากผ่อนชำระจนหมด จะมีการอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้กู้ร่วม ควรทำอย่างไร ?

ประเด็นที่ควรจะพิจารณา คือเจ้าของกรรมสิทธิ์หลักประกันมีใครบ้าง? หากเป็นคนใดคนหนึ่งซึ่งยังคงผ่อนชำระอยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมอีกคนหนึ่งไม่เคยจ่าย ผู้กู้ทั้งสองควรจะไปทำความตกลงกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะให้กรรมสิทธิ์เป็นของคนที่จ่ายหรือไม่ ซึ่งหากเป็นดังนี้ผู้กู้ที่เหลืออาจจะกู้คนเดียวหรือต้องหาคนกู้ร่วมใหม่และจะต้องส่งเอกสารใหม่รวมทั้งเอกสารรายได้ทั้งหมดให้ ธนาคารพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ที่เหลือว่ามีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ที่เหลือหรือไม่? หากไม่ผ่านธนาคารก็ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนกรรมสิทธิ์หลักประกันได้

การจัดทำฟรีประกันภัยสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย

คำถาม1: ลูกค้าจะได้รับกรมธรรม์หรือไม่
คำตอบ1: ลูกค้าจะมิได้รับสำเนากรมธรรม์แต่สามารถดูสำเนากรมธรรม์ได้จากเว็ปไซท์ของธนาคาร

คำถาม2: ความคุ้มครองมีเงื่อนไขอย่างไร
คำตอบ2:

  • การฟรีประกันภัยทรัพย์สินสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยนี้จะให้ความคุ้มครองเพื่อซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ของทรัพย์สินที่เอาประกันเพื่อให้ กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนได้รับความเสียหาย โดยครอบคลุมความเสียหายอันเนื่องมาจาก
    • ไฟไหม้
    • ฟ้าผ่า
    • ระเบิด
    • ยวดยานพาหนะ
    • อากาศยาน
    • เนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม)
    • ลมพายุ
    • แผ่นดินไหว (รวมทั้งสึนามิ)
  • การประกันภัยดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงทรัพย์สินหรือเครื่องตกแต่งที่อยู่ภายในอาคารของหลักประกัน ภัยจากน้ำท่วม และภัยอื่นๆที่ไม่ได้ระบุไว้ ในกรมธรรม์
  • วงเงินความคุ้มครองจะเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันโดยไม่รวมมูลค่าที่ดิน และความคุ้มครองนี้จะไม่ลดลงตามยอดสินเชื่อคงเหลือที่ลดลง
  • ลูกค้าไม่จำป็นต้องต่ออายุกรมธรรม์ทางธนาคารจะทำการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ลูกค้าธนาคาร
  • ความคุ้มครองจะสิ้นสุดเมื่อลูกค้าได้ไถ่ถอนหลักประกันจากธนาคาร
  • ธนาคารสามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ได้ตามความเหมาะสม

 

คำถาม3: ลูกค้าจะมีค่าใช้จ่ายใดหรือไม่
คำตอบ3: ธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทำกรมธรรม์ ดังนั้นลูกค้าจึงไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

คำถาม4: หากลูกค้าประสงค์ทำประกันเพิ่มเติมจะปฏิบัติอย่างไร
คำตอบ4: ลูกค้าที่ต้องการทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองทรัพย์สิน เครื่องตกแต่งภายในอาคารของหลักประกัน ภัยจากน้ำท่วม หรืออื่นๆ ลูกค้าสามารถ จัดทำประกันภัยเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง โดยติดต่อ ศูนย์บริการลูกค้า บริษัทอาคเนย์ประกันภัย จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 02-2377272 หรือ www.seic.co.th หรือบริษัทประกันภัยอื่นสามารถติดต่อโดยตรงกับบริษัทประกันภัยนั้นๆ หรือหากลูกค้าประสงค์ที่จะซื้อประกันภัยความคุ้มครอง หลักและภัยเพิ่มเติมอื่นๆกับบริษัทประกันภัยอื่น สามารถติดต่อกับบริษัทนั้นๆได้โดยตรง (ลูกค้าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง)

คำถาม5: ในกรณีเกิดเหตุและต้องการเรียกร้องสินไหมจะต้องทำอย่างไร
คำตอบ5: ลูกค้าแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับธนาคาร โดยวิธีการแจ้งผ่านสาขาของธนาคาร หรือแจ้ง Call Center โทร 1558 หรือ บริหารข้อมูลหลักประกัน และประกันภัยหลักประกันสินเชื่อ (Insurance Center ) โทร. 02-8348078 – 8082
และหากลูกค้ามีการทำประกันภัยเองกับบริษัทประกันภัยอื่นๆ ลูกค้าจะต้องแจ้งทางบริษัทประกันนั้นๆด้วยตนเอง สำหรับลูกค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษ ฟรีประกันภัย และไปทำประกันภัยเพิ่มกับบริษัทประกันภัยอื่น สิทธิการเรียกร้องสินไหมมีดังนี้

  • กรณีทำประกันภัยเพิ่มเพื่อคุ้มครองทรัพย์สิน เครื่องตกแต่ง ภายในอาคารของหลักประกัน ภัยจากน้ำท่วม หรืออื่นๆ หากเกิดเหตุ ลูกค้าจะ ได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริงทั้งจากกรมธรรม์ประกันภัยที่ธนาคารมอบให้ และกรมธรรม์ที่ลูกค้าได้ทำประกันภัยเพิ่มไว้ กับบริษัทประกันภัยอื่น ๆ
  • กรณีทำประกันภัยทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันสินเชื่อ (สิ่งปลูกสร้าง) กับบริษัทประกันภัยอื่นที่ให้ความคุ้มครองในภัยเดียวกับกรมธรรม์ ประกันภัยที่ธนาคารมอบให้ หากเกิดเหตุ ลูกค้าจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริง โดยบริษัทผู้รับประกันภัยร่วมทั้งหมด จะต้องเฉลี่ยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่เกินกว่าส่วนเฉลี่ยตามจำนวนเงินที่บริษัทได้รับประกันภัย แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ บริษัทได้รับประกันภัยไว้

 

คำถาม6: ธนาคารจะมีการยกเลิกการฟรีประกันภัยสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยและขอให้ลูกค้าทำประกันอัคคีภัยได้หรือไม่
คำตอบ6: ธนาคารสงวนสิทธิที่จะแจ้งยกเลิกเงื่อนไขการจัดทำฟรีประกันภัยสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยธนาคารจะแจ้งเป็นลายลักษณ์ให้ลูกค้าทราบ ล่วงหน้า 60วัน และเมื่อมีการยกเลิกการจัดทำฟรีประกันภัยสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย ลูกค้าจะต้องดำเนินการจัดทำประกันอัคคีภัยด้วยตนเอง ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้เงินเกี่ยวกับการประกันภัยทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันตามเดิมต่อไป

คำถาม7: หากลูกค้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมจะติดต่อที่ใด
คำตอบ7: หากลูกค้ามีข้อสงสัย หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ เงื่อนไขความคุ้มครอง หรือข้อมูลอื่น ๆสามารถติดต่อ TMB Call Centerโทร 1558 จะได้รับข้อมูลเบื้องต้น และหากต้องการทราบรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ ติดต่อ ศูนย์บริการลูกค้า บริษัท อาคเนย์ประกันภัย หมายเลขโทรศัพท์ 02-2377272 หรือ www.seic.co.th

คำถาม8: สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายเดิมของธนาคารกรณีกรมธรรม์ครบกำหนดก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 และได้ต่ออายุกรมธรรม์เดิมแล้ว ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองฟรีประกันภัยหลักประกันสินเชื่อที่ธนาคารมอบให้ หรือไม่
คำตอบ8: เมื่อลูกค้าต่ออายุกรมธรรม์ตามความคุ้มครองเดิมไปแล้ว ธนาคารถือว่าลูกค้าได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์เดิมที่ได้ต่ออายุ ดังนั้น จะไม่ได้รับ สิทธิพิเศษความคุ้มครองการประกันภัยหลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ธนาคารมอบให้ ทั้งนี้รวมถึงลูกค้าที่กรมธรรม์ครบกำหนดก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 และยังไม่ได้ชำระค่าเบี้ยประกันภัย

คำถาม9: จากคำถามข้อที่ 8 กรณีลูกค้าได้ต่ออายุกรมธรรม์และชำระค่าเบี้ยประกันภัยไปแล้ว หากต้องการยกเลิกกรมธรรม์ดังกล่าว ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองฟรีประกันภัยหลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ธนาคารมอบให้หรือไม่
คำตอบ9: ธนาคารมอบสิทธิพิเศษ ความคุ้มครองการประกันภัยหลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าที่กรมธรรม์ครบกำหนดตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 เป็น ต้นไป ดังนั้นหากลูกค้าที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยกรมธรรม์ที่ต่ออายุไปแล้ว และยกเลิกกรมธรรม์เพื่อที่จะได้รับสิทธิพิเศษนี้ ธนาคารถือว่าไม่ เข้าเกณฑ์เงื่อนไขสิทธิพิเศษ ดังนั้นลูกค้าที่ได้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยกรมธรรม์ไปแล้ว จะเข้าเกณฑ์เงื่อนไขสิทธิพิเศษนี้ ต่อเมื่อกรมธรรม์ครบ กำหนดอีกครั้งเท่านั้น

เอกสารประกอบการขอกู้บ้าน

พนักงานบริษัท/ ข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ

  1. เอกสารมาตรฐาน
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาบัตรข้าราชการทหาร (ทั้งผู้กู้และคู่สมรส)
    • สำเนาทะเบียนบ้าน (ทั้งผู้กู้และคู่สมรส)
    • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
    • สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  2. เอกสารแสดงรายได้
    • สลิปเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน (อายุไม่เกิน 2 เดือน)
    • สำเนาบัญชีธนาคารที่แสดงรายได้เข้า ย้อนหลัง 3 เดือน
    • หนังสือระบุรายได้พิเศษอื่นๆ หรือโบนัส (ถ้ามี)
  3. เอกสารหลักประกัน
    • สำเนาโฉนด / หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
    • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย / สัญญาซื้อขาย

ประกอบธุรกิจส่วนตัว

  1. เอกสารมาตรฐาน
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ทั้งผู้กู้และคู่สมรส)
    • สำเนาทะเบียนบ้าน (ทั้งผู้กู้และคู่สมรส)
    • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
    • สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  2. เอกสารแสดงรายได้
    • สำเนาบัญชีธนาคารที่แสดงรายได้เข้า ย้อนหลัง 6 เดือน
    • สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนฯ (ห้างหุ้นส่วน / บริษัท) และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
  3. เอกสารหลักประกัน
    • สำเนาโฉนด / หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
    • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย / สัญญาซื้อขาย

กรมธรรม์อัคคีภัยที่อยู่อาศัย

ปัจจุบันเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ในห้างแห่งหนึ่ง ไม่เคยจดทะเบียนการค้า แต่มีรายได้เข้ามาทุกวัน จะขอกู้บ้านได้มั๊ย

สามารถยื่นกู้บ้านได้ ถ้าท่านมีเอกสารที่แสดงได้ว่า ท่านได้ทำธุรกิจมามากกว่า 2 ปีจริง เช่น ใบอนุญาตต่างๆ ที่ออกโดยหน่วยงานราชการ หรือ มีเอกสารการเสียภาษี ที่แสดงการเสียภาษีมาแล้วตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป หรือ สัญญาเช่า ที่ระบุวันที่ทำสัญญาเช่า ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป เป็นต้น

การกู้ซื้อบ้านต้องกู้คนเดียว หรือ ต้องมีผู้ร่วมกู้ด้วยหรือไม่ ให้เพื่อนมาเป็นผู้กู้ร่วมได้หรือไม่

ไม่จำเป็นต้องมีผู้กู้ร่วม ถ้าผู้กู้หลักมีคุณสมบัติ เช่น มีรายได้ / มีอายุ / มีอาชีพ เป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ในกรณีที่จำเป็นต้องมีผู้กู้ร่วม ผู้กู้ร่วมจะต้องเป็น คู่สมรส (จดทะเบียนหรือไม่ก็ได้) หรือ พ่อ- แม่ หรือ บุตร หรือ พี่น้องร่วมพ่อแม่เดียวกัน เท่านั้น

ถ้าเกิดว่ายังมีหนี้บัตรเครดิตที่ยังต้องผ่อนอยู่ สามารถกู้ซื้อบ้านได้หรือไม่

สามารถขอกู้ซื้อบ้านได้ โดยจะพิจารณาเรื่องรายได้และภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร

ถ้าตอนนี้กำลังผ่อนบ้านให้พ่อกับแม่อยู่ แล้วสามารถกู้บ้านอีกหลังให้กับตัวเองได้หรือไม่

ผู้กู้แต่ละท่านสามารถกู้บ้านได้สูงสุด 2 หลัง ทั้งนี้ ผู้กู้จะต้องมีรายได้หรือมีความสามารถในการผ่อนชำระที่เพียงพอ และ มีอายุ หรือ มีอาชีพ เป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

ตอนนี้ทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง รับเงินเดือนเป็นเงินสดทุกเดือน จะขอกู้ซื้อบ้านได้หรือไม่

ผู้กู้จะต้องรับเงินเดือนผ่านธนาคาร หรือ รับเงินเดือนโดยบริษัทนำฝากรายการเงินเดือนเข้าธนาคารด้วยเช็ค หรือ เงินโอน (TR) โอนเข้าบัญชีผู้กู้เท่านั้น

ต้องการกู้ซื้ออาคารพาณิชย์หนี่งแห่ง เพื่ออยู่อาศัย ไม่ได้ทำการค้าใดๆ จะสามารถขอกู้เป็นแบบกู้บ้านได้หรือไม่

ปัจจุบัน อาคารพาณิชย์ ไม่สามารถนำมายื่นขอสินเชื่อบ้านของธนาคารได้

เวลาผ่อนชำระหนี้กู้บ้านแต่ละเดือน สามารถผ่อนวิธีไหนได้บ้าง โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการผ่อนชำระหนี้

การชำระค่างวดสินเชื่อที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมฯ ผู้กู้สามารถเลือกชำระผ่านช่องทางการชำระได้หลายวิธี ได้แก่

1. ชำระด้วยเงินสด ณ เคาน์เตอร์ทุกสาขาทั่วประเทศ
2. ชำระเงินจากบัญชีฝากออมทรัพย์ของ TMB โดย

  • ผ่านเครื่อง ATM
  • ผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ ADM
  • ผ่านบริการ TMB Internet Banking (tmbdirect.com) หรือ ชำระผ่านบริการ TMB Touch
  • การหักบัญชีเงินฝากแบบอัตโนมัติ (TMB Direct Debit)
  • ระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ TMB Phone banking โทร. 1558

ปกติยื่นขอกู้บ้าน นานแค่ไหนกว่าจะอนุมัติ

ระยะเวลาการพิจารณาสินเชื่อประมาณ 5 วันทำการ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้อง และ ความพร้อมของผู้กู้ในการทำสำรวจและประเมินหลักทรัพย์ เป็นต้น

Back