06/01/2021
577
5 min

3 วิธีช่วยแบ่งเบาภาระหนี้

Highlight

- รีไฟแนนซ์ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ได้อย่างไร
- การรวมหนี้มีข้อดีอย่างไร
- การปรึกษาคู่สัญญา คือ ทางออกที่ตรงจุด 

การเป็นหนี้นั้น จะถามสักกี่คนก็ไม่มีใครตอบหรอกว่าอยากเป็น แต่จริง ๆ การเป็นหนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะบางครั้งการได้มาซึ่งโอกาสต่าง ๆ รวมถึงความมั่นคง เราอาจจำเป็นต้องมีการกู้ยืม แต่สิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงเมื่อมีหนี้ คือ การอย่าปล่อยให้หนี้ของเรานั้นกลายเป็น “หนี้เสีย” และถ้าหากภาระหนี้ที่คุณมีนั้นเริ่มหนักจนคุณเริ่มที่จะติดขัดล่ะ จะมีวิธีไหนที่ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ได้บ้างนะ ลองมาดูกันเลยครับ

1. รีไฟแนนซ์ (Refinance)
ใครที่กำลังจะศึกษาเรื่องของสินเชื่อ คงจะมีไม่น้อยที่รู้จักกับคำว่า “รีไฟแนนซ์”  เป็นการกู้เงินก้อนใหม่ที่อัตราดอกเบี้ยถูกลง เพื่อมาจ่ายหนี้เงินกู้ก้อนเก่าที่อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ หลาย ๆ คนมักจะทำการรีไฟแนนซ์ เพราะคิดว่าจ่ายดอกเบี้ยถูกลง ซึ่งมีส่วนที่ถูกต้อง แต่อย่าลืมว่า ยังมีเงินต้นที่เราต้องรับผิดชอบเหมือนเดิม แถมระยะเวลาในการกู้มักจะถูกยืดยาวขึ้นไปอีกด้วย ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงมักช่วยเรื่องการบรรเทาภาระหนี้เป็นหลัก และที่สำคัญควรตรวจสอบเรื่องค่าธรรมเนียมสำหรับการรีไฟแนนซ์ให้ละเอียดชัดเจนเสียก่อน เพื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จะช่วยในการตัดสินใจได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

2. การรวมหนี้ (Debt Consolidation)
หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “การรวมหนี้” เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดภาระของหนี้จากการเสียดอกเบี้ยน้อยลง  โดยการรวมหนี้หลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล ไว้กับสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อรถแลกเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการผ่อนชำระในแต่ละเดือน แต่หนี้ที่นำมารวมนั้นต้องเป็นหนี้ดี ห้ามเป็นหนี้เสีย (NPL) โดยเด็ดขาด ดอกเบี้ยหลังการรวบหนี้นั้นมักจะต่ำลงพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเรานำมารวมอยู่ใต้สินเชื่อที่มีหลักประกัน และยังสามารถขยายเวลาในการชำระหนี้ได้อีกด้วย ซึ่งช่วยลดภาระค่างวดต่อเดือนลง การรวมหนี้จะไม่ถือเป็นการเสียประวัติ หรือเสียเครดิตใด ๆ  แต่สิ่งที่ต้องระวังหลังจากการรวมหนี้แล้ว คือ ไม่ควรให้สินเชื่อต่าง ๆ ของเราที่ว่างแล้วนั้นกลับมาเต็มวงเงินอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด การรักษาวินัยทางการเงินถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ไม่เช่นนั้นหนี้เก่าก็คงอยู่ และอาจจะมีหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

3. ปรึกษาคู่สัญญา
หนึ่งในวิธีที่เห็นผลไว และตรงจุดสำหรับการแก้หนี้ นั่นก็คือ การเข้าไปปรึกษากับคู่สัญญา หรือเจ้าหนี้ของเรานั่นเองทุกปัญหามีทางออกถ้าหากเราเปิดอกคุยกัน โดยวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ตรงจุดที่สุด เรื่องไหนที่ต้องการจะถาม เรื่องไหนที่ต้องการแก้ไข หรือต้องการขอความช่วยเหลือ ก็สามารถเข้าไปปรึกษาทางคู่สัญญา ร่วมกันหาทางออกของปัญหาที่เผชิญอยู่ ณ ตอนนั้น ๆ ได้เลย 

    ใครที่กำลังเผชิญหน้ากับภาระหนี้สินที่กำลังทับตัวอยู่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณก้าวข้ามปัญหานี้ไปให้ได้ และใครที่กำลังมองหาทางออกของเรื่องนี้อยู่ล่ะก็ อ่านจนถึงตรงนี้ก็คงจะได้ประโยชน์และข้อคิดอยู่ไม่มากก็น้อย เชื่อว่าการเป็นหนี้ของคุณจะเป็นหนี้แบบมีวันจบ เผชิญหน้ากับปัญหาที่มี เปิดรับกำลังใจจากคนรอบข้าง และค่อย ๆ หาทางออกที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด อย่าให้คำว่าหนี้นั้นทำลายความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตของคุณ แต่จงเก็บเกี่ยวประสบการณ์เหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตเรานั้นแข็งแกร่งขึ้น และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น การมีวินัยในการใช้เงิน และควรคิดให้ถี่ถ้วนถ้าหากจะต้องเป็นหนี้ 

Related Contents