23/11/2020
359
5 min

แบบทดสอบ “หนี้ 3 เลเวล” เช็กความพร้อมก่อนสร้างหนี้

 

-----(...อ่านเนื้อเรื่องฉบับเต็ม...)-----

“บ้าน” คือหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิต และเป็นรากฐานของทุกอย่าง ทั้งการสร้างครอบครัว การใช้ชีวิตบั้นปลาย เวลาเราทำงานกลับมาเหนื่อยๆ ก็อยากมีบ้านให้พักผ่อนกายใจ
“รถ” แม้ไม่ถูกจัดเป็นปัจจัยสี่ แต่สำหรับหลาย ๆ คน รถช่วยยกระดับมาตรการการดำรงชีวิตให้ดีขึ้น อำนวยความสะดวกให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสำหรับบางคน รถคือเครื่องมือทำมาหากิน

ไม่ว่าจะบ้าน หรือรถ ก็นับเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับชีวิต และเรามักต้องเลือก “กู้เงิน” มาเป็นตัวช่วยสำหรับการเป็นเจ้าของบ้านสักหลัง หรือรถสักคัน และต้องใช้เวลาผ่อนกันยาวนานหลายปีทีเดียว 
    ก่อนจะตัดสินใจซื้อด้วยการสร้าง “หนี้ระยะยาว” เช่นนี้ เราต้องแน่ใจจริง ๆ ว่าจะผ่อนไหวในระยะยาวได้แน่นอน ดังนั้น ควรเช็กความพร้อม ตรวจสุขภาพการเงินตัวเองดูให้แน่ใจว่าจะผ่อนได้ตลอดรอดฝั่ง ปัจจัยสำคัญก็คือ ภาระหนี้ต้องสมดุลกับรายได้ ไม่สูงเกินนั่นเอง

ไม่ว่าจะบ้าน หรือรถ ก็นับเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับชีวิต และเรามักต้องเลือก “กู้เงิน” มาเป็นตัวช่วยสำหรับการเป็นเจ้าของบ้านสักหลัง หรือรถสักคัน และต้องใช้เวลาผ่อนกันยาวนานหลายปีทีเดียว 
    ก่อนจะตัดสินใจซื้อด้วยการสร้าง “หนี้ระยะยาว” เช่นนี้ เราต้องแน่ใจจริง ๆ ว่าจะผ่อนไหวในระยะยาวได้แน่นอน ดังนั้น ควรเช็กความพร้อม ตรวจสุขภาพการเงินตัวเองดูให้แน่ใจว่าจะผ่อนได้ตลอดรอดฝั่ง ปัจจัยสำคัญก็คือ ภาระหนี้ต้องสมดุลกับรายได้ ไม่สูงเกินนั่นเอง

พร้อมแค่ไหนจะสร้างหนี้ระยะยาว
    ภาระหนี้กับรายได้ จะจัดสรรให้สมดุลกันนั้น ลองหาอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt to Income Ratio) คำนวณง่าย ๆ จากสูตรนี้ได้เลยครับ
อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้=(เงินชำระคืนหนี้สิน ×100)/รายได้รวม

    การคำนวณตามสูตรนี้ จะคล้ายกับการคำนวณความสามารถชำระหนี้ระยะสั้นที่เราเคยกล่าวถึงกันไปในครั้งที่แล้วครับ แต่คราวนี้เรานับรวมหนี้สินทั้งหมดเลยครับ ไม่ต้องแยกระยะสั้น ระยะยาวแล้ว
    และเช่นเคย เพื่อให้เห็นภาพ เราลองตั้งต้นจากตัวอย่างกันเลยครับ
    
ตัวอย่าง :
นายทีเอ็มบี มีรายได้ต่อปี ดังนี้
เงินเดือน (รวมค่าคอมมิชชั่น โอที โบนัส)          780,000 บาท
รายได้เสริมจากการถ่ายภาพ                            70,000 บาท
รายได้รวม                                                              850,000 บาท

มีค่างวดที่ต้องผ่อนชำระต่อปี ดังนี้
ค่างวดผ่อนจากหนี้สินระยะสั้น                           70,000 บาท (งวดละ 7,000x 10 เดือน)
ค่างวดผ่อนชำระรถยนต์อยู่ปัจจุบัน                  102,000 บาท (งวดละ 8,500x12 เดือน)
ค่างวดผ่อนชำระบ้านที่แพลนว่าจะซื้อ                168,000 บาท (งวดละ 14,000x12 เดือน)
รวมเงินชำระคืนหนี้สิน                                           340,000 บาท

เมื่อลองแทนค่าและคำนวณตามสูตร 

         อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ = (340,000 ×100)/850,000  = 40%

สรุป นายทีเอ็มบี ซึ่งได้ผลลัพธ์ 40% แม้จะอยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่ากู้ได้ก็จริง แต่มีสิ่งที่ต้องคิดต่อ อยู่ 3 ข้อ
  1.) เขามีรายได้เสริมจากการถ่ายภาพ ซึ่งมีความไม่แน่นอน หากรายได้ส่วนนี้หายไป จะกระทบต่อความสามารถชำระหนี้ได้ง่ายมาก

2.) มีเงินรองรับกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตามมาแล้วหรือยัง กรณีซื้อบ้าน จะมีค่าตกแต่งบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าส่วนกลาง ค่าประกันอัคคีภัย หรือกรณีซื้อรถยนต์ จะมีค่าน้ำมัน ค่าประกันภัย ค่าบำรุงรักษาและตรวจเช็กตามระยะ ค่าทางด่วน ซึ่งจะเพิ่มภาระรายจ่ายและอาจกระทบกับเงินออม4

3.) การจะซื้อบ้าน หรือรถยนต์ ได้เตรียมเงินดาวน์ไว้แล้วหรือยัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงความพร้อมในการสร้างหนี้ และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้มีโอกาสกู้ผ่านมากขึ้นด้วย 

หากทั้ง 3 ข้อนี้ยังได้คำตอบที่ไม่ชัดเจน ก็อาจต้องเลื่อนแผนการซื้อบ้าน หรือซื้อรถ ออกไประยะหนึ่งก่อน เพื่อจัดการหนี้ระยะสั้นให้จบไปก่อน และช่วยให้เรามีความสามารถผ่อนได้เพิ่มขึ้น ซึ่งระหว่างนี้ก็สามารถทยอยเก็บออมเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมเป็นเงินดาวน์หรือไว้รองรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการซื้อบ้าน หรือซื้อรถยนต์อีกด้วย

หากอยากรู้ว่า วงเงินกู้บ้านหรือรถที่เราต้องการ จะต้องผ่อนประมาณกี่บาท สามารถไปลองหาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวก่อนได้ที่ 
    คำนวณยอดผ่อนบ้าน https://www.tmbbank.com/calculator/house
    คำนวณยอดผ่อนรถ https://apply.thanachartbank.co.th/thanachartbank/ALDX/

เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนซื้อบ้าน-ซื้อรถ
คนที่ไม่มีหนี้ หรือมีหนี้อยู่บ้าง แต่มีรายได้มั่นคงมากพอ ก็คงไม่น่าห่วงเท่าไร แต่ถ้าเป็นคนที่มีหนี้เยอะ ก็ควรจะจัดการหนี้สินให้เรียบร้อยก่อนที่จะกู้ซื้อบ้าน หรือซื้อรถยนต์ ดังนี้

1.แจกแจงหนี้สิน
    ก่อนอื่นก็ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการนำหนี้สินที่มีทั้งหมดมาแจกแจงรายละเอียด ทั้งระยะเวลาผ่อนชำระที่เหลือ ค่างวดต่อเดือน อัตราดอกเบี้ย แล้วปิดหนี้ที่เสียดอกเบี้ยมากที่สุดก่อน หนี้จะได้ไม่บานปลายเป็นดินพอกหางหมู

2.ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
    วิธีเบสิกในการวางแผนการเงิน เพียงแค่จดบันทึกรายรับ รายจ่าย และยอดเงินคงเหลือ ก็จะทำให้เราเห็นรายการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

3.หารายได้เสริม
    การหารายได้เสริมก็เป็นการช่วยให้ตัวเลขเลเวลหนี้ของเราดีขึ้น สามารถนำความรู้หรือทักษะที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น ทำอาหารขาย รับถ่ายภาพ เป็นติวเตอร์ ฯลฯ

4.หมั่นสร้างโปรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ
    นอกจากรายได้ที่มีแล้ว เครดิตก็สำคัญเช่นกัน เราต้องแสดงให้บริษัทที่จะขอสินเชื่อเห็นว่าเราพร้อมแล้วที่จะกู้ซื้อบ้าน โดยหมั่นทำรายการเดินบัญชีให้สม่ำเสมอ เน้นฝากมากกว่าถอน แล้วปล่อยให้เงินฝากนอนนิ่งๆ สะสมเป็นเงินดาวน์สัก 10-20% ของราคาบ้าน หรือราคา นอกจากจะช่วยให้กู้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยเราลดภาระดอกเบี้ยลงอีกด้วย

    หวังว่าคำแนะนำนี้จะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับการกู้เงินอย่างเหมาะสม และนำไปสู่ชีวิตทางการเงินที่ดีด้วยนะครับ

Related Contents