17/11/2020
263
5 min

ชั่งน้ำหนัก “หนี้ VS รายได้” มีเท่าไรถึงไม่ดินพอกหางหมู

 

-----(...อ่านเนื้อเรื่องฉบับเต็ม...)-----

คำว่า “หนี้” พูดเบาๆ ก็เจ็บ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เรายิ่งต้องระมัดระวังตัวในการก่อหนี้ และต้องคิดแล้วคิดอีกให้รอบคอบ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องกู้ยืมมาแล้ว คำถามคือ ควรมีหนี้แค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเหมาะสม?

.

หากจะตอบคำถามนี้ได้ชัดขึ้น คงต้องแบ่ง “ภาระหนี้” ออกเป็น 2 แบบ คือ ระยะสั้น และระยะยาว ถ้าจะแยกกันง่าย ๆ ก็วัดที่ “ระยะเวลาของการเป็นหนี้” ได้เลยครับ 
ก้อนไหนที่เราต้องแบกภาระไว้น้อยกว่า 1 ปี ก็จัดไว้ในระยะสั้น เช่น ค่าผ่อนชำระข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เงินที่หยิบยืมคนรู้จักหมุนใช้จ่าย เป็นต้น 

ส่วนที่เกินกว่า 1 ปี ก็จัดไว้ในระยะยาวได้เลยครับ เช่น เงินกู้ซื้อรถ-ซื้อบ้าน เงินกู้สำหรับธุรกิจ เป็นต้น

เรามี “ความสามารถจ่ายหนี้ระยะสั้น” แค่ไหน?

    เราจะได้ค่าออกมาเป็น % ซึ่งมีความหมายดังนี้
       • น้อยกว่า 15% หมายความว่า มีความสามารถจ่ายหนี้ระยะสั้นได้ดี มั่นคงทางการเงิน 
       • 15-20% หมายความว่า พอรับได้แต่ต้องเริ่มระมัดระวัง และไม่สร้างหนี้เพิ่ม
       • มากกว่า 20% หมายความว่า เรามีหนี้สูงแล้ว ต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมและลดภาระหนี้โดยด่วน

เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจความหมายได้ชัดเจนขึ้น เรามาลองดูตัวอย่างกันดีกว่า

ตัวอย่างวัดความสามารถในการจ่ายหนี้ระยะสั้น ของนายทีเอ็มบี
มีรายได้ต่อปี ดังนี้

เงินเดือน (รวมโอที โบนัส)                       780,000 บาท
รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์       120,000 บาท
รายได้รวม                                                  900,000 บาท

มีค่างวดที่ต้องผ่อนชำระต่อปี ดังนี้

ค่างวดผ่อนคอมพิวเตอร์ Macbook     60,000 บาท (งวดละ 6,000x10 เดือน)
ค่างวดผ่อนชำระสมาร์ททีวี                     15,000 บาท (งวดละ 1,500x10 เดือน)
ค่างวดผ่อนชำระสมาร์ทโฟน                   33,000 บาท (งวดละ 3,300x10 เดือน)
รวมเงินชำระคืนหนี้สิน                              108,000 บาท

ลองคำนวณดูกันเลย 
                 ความสามารถจ่ายหนี้ระยะสั้น = (108,000 ×100) / 900,000   = 12%                            

สรุป ผลลัพธ์จากการคำนวณคือ 12% ถือว่านายทีเอ็มบี มีความสามารถชำระหนี้ระยะสั้นได้ค่อนข้างดี ดังนั้น ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน อาจจะเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วยร้ายแรง หรือมีเหตุต้องใช้เงินก้อนอย่างเร่งด่วน สามารถกู้ยืมเงินมาจัดการปัญหาได้ โดยเขายังมีความสามารถในการผ่อนชำระได้อีกประมาณ 72,000 บาท/ปี หรือ 6,000 บาท/เดือน เพื่อให้ความสามารถจ่ายหนี้ระยะสั้นโดยรวมจะยังไม่เกิน 20% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เขายังมีความสามารถผ่อนได้ไหว บนพื้นฐานการมีชีวิตทางการเงินที่ดี

หากต้องการคำนวณว่ายอดเงินผ่อนชำระดังกล่าว จะทำให้สามารถกู้เงินได้ประมาณเท่าไหร่ สามารถลองคำนวณวงเงินและยอดผ่อนที่เหมาะสมกับ “สินเชื่อบุคคล แคชทูโก” เพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนได้ที่ https://www.tmbbank.com/calculator/c2g

แม้ว่านายทีเอ็มบี มีหนี้ระยะสั้นอยู่ประมาณ 12% เมื่อเทียบกับรายได้ อาจดูเหมือนน้อย แต่อย่าลืมว่า เขายังต้องมีภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมถึงการมีแผนการเงินที่ดีอีกหลายเรื่อง
       • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเครื่องแต่งกาย
       • ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอินเทอร์เน็ต
       • ค่าใช้จ่ายที่เรามักลืมนึกถึง เช่น ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินใส่ซองงานบวช งานแต่ง งานศพ 
       • เงินออม ทั้งระยะสั้น และระยะยาว

นอกจากนี้ เรายังไม่ได้พูดถึงกรณีค่าผ่อนชำระสำหรับหนี้ระยะยาว เช่น กู้บ้าน กู้รถ ซึ่งก็จะเป็นภาระทางการเงินของเราอีกเช่นกัน ซึ่งเราจะมาลงลึกเรื่องนี้กันต่อในครั้งถัดไปครับ

Related Contents