Write : CHECK RAKA
16/12/2020
459
5 min

ซื้อประกันรถยนต์...เลือกแบบไหน ทั้งคุ้มค่าและโดนใจ !

อุบัติเหตุทางรถทั่วประเทศไทยในปี 2019 ที่ผ่านมา มีผู้ประสบเหตุจำนวนสูงถึง 863,634 ราย แบ่งเป็นทุพพลภาพ 2,605 ราย บาดเจ็บ 853,270 ราย และเสียชีวิต 7,759 ราย (อ้างอิงข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน) จากสถิตินี้จะเห็นได้ว่า อุบัติเหตุจากรถที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมามีจำนวนไม่น้อยและยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีอีกด้วย แน่นอนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะมาเป็นตัวช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดภาระทางการเงินหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาจริง ๆ การทำ "ประกันภัยรถยนต์" น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์

วันนี้ทีมงาน CheckRaka มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ มาดูกันว่า หากจะเลือกประกันภัยรถยนต์สักแบบหนึ่ง ควรเลือกแบบไหนที่จะได้ทั้งความคุ้มค่าและโดนใจมากที่สุด

ปัจจุบัน "ประกันภัยรถยนต์" มีให้เลือกมากมายหลากหลายประเภท ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ของบริษัทใดนั้น เราควรจะต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนว่าควรจะพิจารณาจากปัจจัยใดบ้างเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด

ซื้อประกันภัยรถยนต์อย่าใจเร็ว...มาดู "4 ข้อแนะนำก่อนซื้อประกันภัยรถยนต์" ดังนี้
1. เลือกบริษัทที่มั่นคง: บริการดี เคลมเร็ว มีแบบประกันให้เลือกหลากหลายและมีศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมครอบคลุมทุกพื้นที่ ถือว่าเป็นสุดยอดบริษัทประกันภัยที่หลายคนมองหา แต่ข้อสำคัญของการเลือกบริษัทประกันภัย เราจะต้องเลือกบริษัทที่มีความมั่นคง โดยมีวิธีการตรวจสอบแบบง่าย ๆ เช่น ถ้าบริษัทประกันภัยนั้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของบริษัทนั้นได้จาก www.set.or.th หรือเราอาจลองเข้าไปเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ www.oic.or.th 

2. เลือกประเภทและความคุ้มครองที่เหมาะสม: อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญนอกเหนือจากดูที่บริษัทประกันแล้วก็ควรพิจารณาประเภทของประกันภัยหรือความคุ้มครองที่จะได้รับด้วย ควรเลือกประเภทความคุ้มครองให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเรา เช่น เราขับรถบ่อยไหมในหนึ่งสัปดาห์ เราเป็นคนขับรถเร็วหรือเปล่า ขับคนเดียวเป็นส่วนใหญ่หรือมีสมาชิกครอบครัวนั่งด้วยตลอด ส่วนใหญ่ขับระยะทางไกลหรือใกล้ และรถเราเก่าแค่ไหน เป็นต้น

3. ศึกษา และทำความเข้าใจประกันภัยรถยนต์ที่จะซื้อ: ดูรายละเอียด "เงื่อนไขที่ให้ความคุ้มครอง" และ "ข้อยกเว้น" ของประกันที่เราจะซื้อให้ดี เพราะในเรื่องของ "ประกันภัยรถยนต์" นั้น จะมีคำเฉพาะหลาย ๆ คำ ซึ่งถ้าเราไม่ทำความเข้าใจให้ดีก่อนก็จะทำให้ไม่รู้เรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "ค่าความเสียหายส่วนแรก (Deductible หรือ Excess)" หรือ "ส่วนลดค่าเบี้ยประกันประวัติดี (No Claim Bonus)" เป็นต้น ซึ่งถ้าเราฟังตัวแทนขายอย่างเดียว ไม่อ่านรายละเอียดในกรมธรรม์ หากตัวแทนบอกรายละเอียดไม่ครบถ้วน ทำให้โดนหลอกขายไม่รู้ตัว ได้รับความคุ้มครองที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน กลายเป็นเสียประโยชน์ เสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นและยังเสียความรู้สึกอีกด้วย เพราะฉะนั้น ข้อควรจำก่อนการซื้อประกัน คือ ต้องอ่านรายละเอียดและทำความเข้าใจเงื่อนไขทุกอย่างให้ดีก่อน

4. เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ: ปัจจุบันการซื้อประกันภัยรถยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อใหม่หรือต่ออายุ กับบริษัทเดิมหรือกับบริษัทใหม่โดยตรง หรือผ่านโบรกเกอร์ ที่มีทั้งการซื้อผ่านออนไลน์ ซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือซื้อผ่านตัวแทนบริษัทประกัน ซึ่งไม่ว่าจะซื้อประกันภัยผ่านช่องทางไหนก็ควรต้องดูรายละเอียดและเปรียบเทียบราคาและบริการก่อนด้วย ตัวอย่างเช่น อัตราค่าเบี้ยประกันแต่ละช่องทางอาจจะเสนอมาให้ไม่เท่ากันแม้ว่าจะเป็นประกันภัยของบริษัทเดียวกันก็ตาม เพราะบางช่องทางอาจมีเบี้ยพิเศษหรือยอดขายประกันที่มากพอจะต่อรองส่วนลดพิเศษให้แก่ลูกค้าได้ และอาจยังมีส่วนลดของแต่ละช่องทางอีกด้วย นอกจากนี้ บางช่องทางสามารถจัดของแถมพิเศษหรือโปรโมชั่นให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Gift Voucher หรือบัตรเติมน้ำมันฟรี เป็นต้น แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าราคา คือ ควรพิจารณาคุณภาพการให้บริการหลังการขายว่าดูแลดีหรือไม่เมื่อเรียกใช้บริการ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการมาสถานที่เกิดเหตุรวดเร็วมากน้อยแค่ไหน และคุณภาพการให้บริการคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่

ก่อนตัดสินใจ ขอบอกว่าปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยที่รับทำประกันรถยนต์ไม่น้อย ดังนั้น จึงควรพิจารณาการเลือกซื้ออย่างสมเหตุสมผล หากประกันภัยที่เราใช้บริการอยู่ในปีนี้ บริการไม่ดี หรือเบี้ยประกันไม่สมเหตุสมผล เรามีสิทธิเลือกและลองไปติดต่อบริษัทประกันภัยรายอื่น ๆ ได้ โดยจะติดต่อบริษัทประกันภัยโดยตรงเลย หรือจะติดต่อนายหน้าประกันภัยแล้วขอข้อเสนอประกันภัยจากหลาย ๆ บริษัทที่น่าสนใจ

อยากรู้มั้ย...ว่าประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร ?

ประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภท คือ การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งประกันภัยรถยนต์ที่สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ก็จะเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) ที่เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกันภัย) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) เลือกซื้อความคุ้มครองประกันภัยตามความพึงพอใจของผู้ซื้อ โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนี้ สามารถแบ่งได้ตามประเภทความคุ้มครองและประเภทของกรมธรรม์ประกันภัย ได้ดังนี้

แล้วประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทนั้น คุ้มครองแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?

ควรเลือกประกันภัยแบบไหนถึงจะเหมาะกับเราที่สุด...จ่ายเงินแล้วต้องคุ้มค่าและโดนใจ

ขึ้นชื่อว่า "ประกันภัยรถยนต์" แล้ว ถ้าถามว่าแบบไหนดีที่สุด หลายคนก็คงจะตอบว่า "ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1" เพราะให้ความคุ้มครองครบทุกด้าน แน่นอนว่าค่าเบี้ยประกันก็แพงที่สุดเช่นกัน ซึ่งลักษณะการใช้รถและความต้องการความคุ้มครองรถของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน 
จะดีกว่าไหม ถ้าจะเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานของเรา และยังไม่ต้องจ่ายเงินเกินความจำเป็นด้วย เพราะเราต้องไม่ลืมว่าจะต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ทุกปี ดังนั้น ต้องคำนึงถึงทักษะการขับรถของเราด้วย หากขับดีอยู่แล้ว ลักษณะการใช้งานหรือเส้นทางในปัจจุบันไม่เสี่ยงอันตราย ใช้งานน้อย ซึ่งถือได้ว่าเป็นคนที่มีความเสี่ยงต่ำ การทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่มีความคุ้มครองครอบคลุมทุกด้านอาจทำให้เราสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้น เราควรเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้รถ ใช้ถนนและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราให้มากที่สุดเพื่อที่เราจะได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสม คุ้มค่า และโดนใจ และที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงเกินความจำเป็นอีกด้วย

เปรียบเทียบ 3 ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์น่าใช้...เลือกแบบไหนโดนใจที่สุด !
ประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี แบบไหนโดน มาดูกัน...วันนี้ทาง CheckRaka ได้เลือกเอาประกันภัยรถยนต์ 3 ผลิตภัณฑ์ จาก TMB มาเปรียบเทียบให้ดูตามความต้องการของแต่ละคน ใครเหมาะกับประกันภัยรถยนต์แบบไหน สามารถลองตรวจสอบได้จากตารางนี้ได้เลย

หากรู้แล้วว่าเราเหมาะกับประกันภัยรถยนต์แบบไหน และอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม สามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

ประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

ประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม (ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1) ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นเพียง 14,500 บาท ต่อปี เท่านั้น
เป็นประกันภัยชั้น 1 ที่ซื้อง่าย คุ้มครองแบบจัดเต็ม เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองรถเรา รถหาย-ไฟไหม้ ร่างกายคนในรถและคนอื่น รวมถึงรถและทรัพย์สินคนอื่นด้วย
จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม คือ
   •  คุ้มครองครอบคลุมทุกภัย
   •  รับประกันรถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 2 - 10 ปี
   •  คุ้มครองรุ่นรถยนต์ยอดนิยมรวม 83 รุ่น
   •  รับประกันอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งตามมาตรฐานโรงงาน
   •  ขยายความคุ้มครองทรัพย์สินภายในรถถูกโจรกรรม
นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ Single Rate จัดเต็ม ด้วยบริการ Roadside Assistance, บริการ Medical Assistance และบริการ Concierge Service โทร. 0-2662-8999

ประกันภัยรถยนต์ One lite

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

ประกันภัยรถยนต์ One Lite (ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 แต่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท กรณีที่เป็นฝ่ายผิด และ/หรือไม่มีคู่กรณี) ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นเพียง 10,000 บาท ต่อปี เท่านั้น
เป็นประกันภัยราคาเบา ๆ คุ้มครองแบบจัดเต็ม เหมาะกับคนที่ขับรถมานานระยะหนึ่งแล้ว ขับรถชำนาญ มั่นใจว่าจะไม่ชนเล็ก ชนน้อย มีความเสี่ยงไม่มาก
จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ One Lite คือ
   •  ไม่ต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัย
   •  รับประกันรถยนต์ ที่มีอายุตั้งแต่ 1 - 16 ปี
   •  จัดซ่อมโดยอู่มาตรฐานธนชาตประกันภัย
   •  คุ้มครองครอบคลุมทุกอุบัติเหตุจาก รถชน รถหาย-ไฟไหม้
   •  อัตราเบี้ยประกันภัยแบบเบา ๆ ราคาเริ่มต้น 10,000 บาท ต่อปี
   •  รับประกันเฉพาะรถเก๋ง และรถกระบะ ที่มีการใช้งานส่วนบุคคล ไม่ใช่เพื่อรับจ้างสาธารณะหรือให้เช่า
นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ One Lite ด้วยบริการ Roadside Assistance, บริการ Medical Assistance และบริการ Concierge Service โทร. 0-2662-8999

ประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

ประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม (ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 บวก) คุ้มครองโดนใจ จ่ายสบาย ๆ ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นเพียง 7,999 บาท เท่านั้น
เป็นประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 บวก เหมาะกับคนที่ขับรถสมบุกสมบัน ไม่ได้ให้ความสนใจกับการเคลมเล็ก  เคลมน้อย หรือเคลมแบบ cosmetic เช่น รถกระบะ หรือ คนที่ขับรถเล็ก ขับไม่บ่อย ขับในระยะทางสั้น ๆ ความเสี่ยงจึงน้อย
จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม คือ คุ้มครองทั้งกรณีรถชน รถหาย-ไฟไหม้ และยังเพิ่ม "ชดเชย ฉุกเฉิน เดินทาง"
   •  เงินชดเชยค่าเดินทางระหว่างรถยนต์เข้าอู่ซ่อม และมีคู่กรณีจากการชนกับยานพาหนะทางบก (3 ครั้ง ต่อปี) 1,000 บาท ต่อครั้ง
   •  เงินชดเชยรายได้ (ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุรถยนต์ ไม่เกิน 30 วัน ต่อครั้ง) 1,000 บาท/วัน สูงสุด 7 คน (เฉพาะบุคคลในรถเรา)
   •  บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 0-2662-8999

สรุป สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์คุ้มค่าและโดนใจมากที่สุด นั่นก็คือการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้รถและความเสี่ยงจากการใช้ชีวิตประจำวันให้มากที่สุด เพราะหากเราประเมินตัวเราเองแล้วว่ามีความเสี่ยงน้อยหรือความเสี่ยงต่ำ รวมถึงเราสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้บ้าง เราก็อาจจะซื้อประกันภัยรถยนต์ที่มีราคาเบา ๆ จ่ายสบาย ๆ อย่างเช่น ประกันภัยรถยนต์ One Lite หรือ ประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม แต่ถ้าประเมินความเสี่ยงแล้ว เรามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง หรือรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ค่อยได้ เราก็เลือกประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองครบทุกด้านอย่าง ประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม
ประกันภัยรถยนต์ทั้ง 3 แบบนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ คุ้มค่าและโดนใจแน่นอน และที่สำคัญยังเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นและลดภาระทางการเงินหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

Author
CHECK RAKA
CHECK RAKA

สื่อออนไลน์มืออาชีพในด้านการจัดเตรียมข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดเกี่ยวกับ "บริการผลิตภัณฑ์คุณภาพ" และ "ผู้ให้บริการร้านค้ามาตรฐาน" เพื่อให้ผู้บริโภคใช้พิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

Related Contents