TMB Analytics ประเมิน SMEs ภูมิภาคจะฟื้นตัวอย่างไร

ภายหลังการทยอยผ่อนคลายล็อคดาวน์

ประเทศไทยเผชิญกับการแพร่กระจายไวรัส Corona 2019 หรือ COVID-19 ที่ทำให้ภาครัฐต้องประกาศมาตรการ Lockdown ประเทศตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในเมืองไทยทุเลาลง ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้ภาครัฐสามารถทยอยผ่อนคลายล็อคดาวน์ให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง ทั้งนี้ แม้ว่าภาครัฐจะผ่อนคลาย lockdown แล้ว แต่ผู้บริโภคยังไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอยหรือใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ซึ่งทำให้ธุรกิจ SMEs ในแต่ละพื้นที่อาจได้รับอานิสงส์จากการคลาย lockdown ที่แตกต่างกัน ในบางพื้นที่อาจมีการฟื้นตัวได้ทันที ในขณะที่อีกหลายพื้นที่มีการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับลักษณะประเภทธุรกิจที่มีอยู่ในพื้นที่นั้นๆ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ทำการประเมินแนวโน้มลักษณะการฟื้นตัวของธุรกิจ SMEs ในแต่ละภูมิภาค ภายหลังการทยอยผ่อนคลายล็อคดาวน์ โดยพิจารณาจากความน่าจะเป็นในการทยอยปลดล็อคทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกของแต่ละธุรกิจ ความจำเป็นของลักษณะสินค้าต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และปัจจัยเสี่ยงด้านโครงสร้างธุรกิจที่มีอยู่เดิมและมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบอย่างหนักแม้ปลดล็อคดาวน์ไปแล้ว โดยประเมินการฟื้นตัวของธุรกิจ SMEs มีจำนวนเกือบ 3 ล้านรายในปัจจุบัน ตามประเภทธุรกิจ SMEs ในแต่ละภูมิภาคว่าจะสามารถฟื้นอย่างไร สามารถแบ่งตามลักษณะการฟื้นตัวของภาคธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

กลุ่มที่ 1 ภูมิภาคที่ SMEs จะฟื้นได้ทันในปีนี้ (2563) คาดว่าจะมีผู้ประกอบการ SMEs ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวภายในปีนี้อยู่ที่ 1.73 ล้านรายคิดเป็นสัดส่วน 62% ของ SMEs ทั้งประเทศ แยกออกเป็น กลุ่มฟื้นตัวในปีนี้แบบฟื้นเร็ว (ภายใน 3 เดือน) ส่วนมากจะอยู่ที่ “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ” โดยสัดส่วนรายได้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ฟื้นตัวคิดเป็น 14.1% และ 13.2% ของรายได้ทั้งหมดของธุรกิจ SMEs ในภูมิภาคนั้นๆ เนื่องจากประเภทธุรกิจของ SMEs ในสองภูมิภาคนี้ มีความเกี่ยวโยงกับสินค้าที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ที่สำคัญคือมีการพึ่งพิงตลาดในประเทศเป็นหลัก อาทิ เช่น การซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างของภาครัฐ กลุ่มฟื้นตัวในปีนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป (ใช้เวลา 3-6 เดือน) ส่วนใหญ่จะอยู่ใน “ภาคกลาง และภาคตะวันออก” โดยการฟื้นตัวคิดเป็น 65.3% และ 62.7% ของรายได้ทั้งหมดของธุรกิจ SMEs ในภูมิภาคนั้นๆ ตามลำดับ เนื่องจากธุรกิจในพื้นที่จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปจากการคลายล็อคดาวน์ของตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่ม การให้บริการทางธุรกิจ การรับเหมาก่อสร้าง ชิ้นส่วนอุปการณ์เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจใช้เวลาพอสมควรในการคลายล็อคดาวน์จะครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

กลุ่มที่ 2 ภูมิภาคที่ SMEs จะฟื้นในปีหน้า (2564) มีจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มนี้อยู่ที่ 1 ล้านรายคิดเป็นสัดส่วน 38% ของจำนวน SMEs ทั้งประเทศ โดยการฟื้นตัวของธุรกิจจะกระจุกอยู่ใน “ภาคใต้ และภาคตะวันออก” โดยการฟื้นตัวในกลุ่มนี้มีสัดส่วนรายได้ 35.6% และ 27.7% ของรายได้ทั้งหมดของธุรกิจ SMEs ในภูมิภาคนั้นๆ ตามลำดับ เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีการพึ่งพาการส่งออกบริการและภาคการท่องเที่ยวในอัตราที่สูงกว่าภาคอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้ที่มีสัดส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ ในขณะที่ภาคตะวันออกนอกจากจะมีธุรกิจ SMEs ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีสัดส่วนของธุรกิจการขนส่งผู้โดยสาร/สินค้า และด้านอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง จึงทำให้การฟื้นตัวโดยรวมจะต้องรอกำลังซื้อกลับมาในช่วงปีหน้า โดยกลุ่มฟื้นในปีหน้า

ท่านผู้ประกอบการ SMEs คงพอทราบแล้วว่า ภูมิภาคใดจะมีโอกาส “ฟื้นตัวปีนี้ หรือปีหน้า” จากลักษณะธุรกิจและการพึ่งพิงตลาดในพื้นที่นั้นๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวให้เข้ากับลักษณะการฟื้นตัวของภูมิภาคของท่าน สำหรับท่านผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายสามารถฟื้นตัวในปีนี้ ต้องเริ่มจัดการธุรกิจ วางแผนการตลาดไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อให้ในยามคลายล็อคดาวน์ในระยะต่อๆไป ท่านจะได้รุก “ตลาด” มาชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา ถ้าธุรกิจอยู่ในภูมิภาคฟื้นตัวไม่ทันในปีนี้ คงต้องทำงานมากขึ้น เช่น หาช่องทางการทำตลาดไปยังภูมิภาคอื่นที่ฟื้นตัวแล้วก็จะพอช่วยได้บ้าง การปรับรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและมาตรการรัฐที่ดูแล

กลับหน้าข่าว