ทีเอ็มบี เปิดกลยุทธ์ตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจ

ทีเอ็มบีเผยแนวทางการดำเนินงานสนับสนุนให้ลูกค้าธุรกิจเติบโตได้เต็มศักยภาพ เสริมแกร่งขีดความสามารถขององค์กรและบุคลากร เป็นธนาคารที่เป็น Need-Based ที่เข้าใจธุรกิจของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง รวมทั้งมีกระบวนการทำธุรกรรมที่เรียบง่าย (Simple & Easy) ตั้งแต่ต้นจนจบ สร้างประสบการณ์การทำธุรกรรมการเงินที่เหนือกว่า ตั้งเป้ารายได้จากกลุ่มลุกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 6% ในปีนี้

นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี หรือธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวทางในการบริหารลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่นั้น จะสอดคล้องกับ Brand DNAs ของทีเอ็มบีใน 4 เรื่องหลัก คือ คือ ท้าทายสิ่งที่เป็นอยู่ (Challenge Status Quo) ฉลาด รู้จริง (Intelligent) จริงใจ (Genuine) ง่ายใช้งานได้จริง (Simple & Easy) แต่สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่นั้น ทีเอ็มบีได้วางแผนยุทธศาสตร์สำหรับการเติบโตของธุรกิจไว้ 3 ข้อ คือ
(1) การเลือกแข่งขันในตลาดที่ทีเอ็มบีสามารถสร้างความแตกต่าง Make THE Difference ได้อย่างชัดเจน โดยมองใน 2 ระดับ คือ ซัพพลายเชน โซลูชั่น สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และ การใช้ ดิจิทัล แบงกิ้ง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก ครอบคลุมตั้งแต่การทำธุรกรรม ไปถึงการใช้สินเชื่อ
(2) การจับโอกาสการเติบโตนอกประเทศ ด้วยการขยายกลุ่มลูกค้าส่งออก และกลุ่มลูกค้าที่มีการลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
(3) สร้างเครือข่ายร่วมกับลูกค้าที่เชื่อมถึงกันผ่านซัพพลายเชน โดยทีเอ็มบี จะมีการพัฒนาดิจิทัล โซลูชั่น ใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สามารถเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

โดยครึ่งแรกของปี 2560 นี้ กลุ่มธุรกิจลูกค้าขนาดใหญ่มีการเติบโตอย่างมาก โดยทีเอ็มบีใช้โซลูชั่นด้านธุรกรรมการเงินเป็นหลักในการนำเสนอลูกค้าและยังขยายเป้าหมายไปยังกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ทั้งธุรกิจขนส่ง และธุรกิจอาหาร นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังเน้นเรื่องการให้ธุรกรรมต่างประเทศ โดยในช่วงครึ่งปีแรกมียอดธุรกรรมต่างประเทศถึงกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นกว่า 40% รวมถึงในกลุ่มวาณิชธนกิจและตราสารอนุพันธ์ ก็มีการเติบโตกว่า 100% จากปีที่ผ่านมา และยังมีกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในระหว่างการเจรจาอีกเป็นจำนวนมาก และเป็นผู้นำด้านซัพพลายเชนให้กับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มบุญรอด กลุ่มเอสซีจี และ กลุ่ม ปตท. เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน และศักยภาพทางด้านการบริหารข้อมูลตลอดทั้งซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้กับบริษัทที่มีวิสัยทัศน์เรื่องการควบรวมกิจการ อาทิ อาปิโก

ในครึ่งหลังของปีนี้ ทีเอ็มบียังได้เตรียมมุ่งหน้าสู่ความเป็นเลิศในด้านการบริการทางธุรกรรม และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งจะโฟกัสใน 4 ด้าน คือ (1) ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment Solution) เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมสะดวกทุกที่ ไม่มีค่าธรรมเนียม ทั้งระบบการรับเงิน และชำระเงินทาง QR Code พร้อมเพย์ รวมไปถึงการสนับสนุนธุรกิจ อี-คอมเมิร์ช ด้วย “ช่องทางการชำระเงินบนโลกออนไลน์” (Payment Gateway) (2) การได้รับบริการที่ตรงกับความต้องการ ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม (3) การได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (RM – Relationship Manager) และการจัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (4) มีอิสระกับทางเลือกที่หลากหลาย เช่น การเลือกรับการแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

กลับหน้าข่าว