มาตรการความช่วยเหลือสำหรับลูกค้าบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

 

บัตรเครดิต

Q : สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ถ้าสนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องทำอย่างไร

A : สามารถลงทะเบียนผ่าน Contact Center เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น โดยสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 63
ผู้ถือบัตรเครดิต TMB ติดต่อ 1558
ผู้ถือบัตรเครดิต ธนชาต ติดต่อ 1770

Q : มาตรการที่ให้สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีอะไรบ้าง และมีรายละเอียดอย่างไร

A : ลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบโดยตรงสามารถเลือกรับความช่วยเหลือได้ 2 มาตรการ (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
มาตรการที่ 1 : เปลี่ยนยอดคงค้างทั้งหมดเป็นการผ่อนชำระรายเดือน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12% นาน 48 เดือน
- ในกรณีที่มียอดผ่อนชำระสินค้าและบริการ จะถูกยกเลิกและนำเฉพาะเงินต้นมารวมกับยอดการรูดซื้อสินค้าและ/หรือ ยอดกดเงินสด(ATM)
- ในระหว่างการผ่อนชำระ ผู้ถือบัตรจะไม่สามารถใช้บัตรได้ โดยธนาคารจะพิจารณาให้บัตรเครดิตสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
- ผู้ถือบัตรยังคงต้องชำระตามค่างวดที่ธนาคารกำหนดเพื่อรักษาสถานะบัตรเครดิตให้เป็นปกติ
- มาตรการนี้เหมาะสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะยาว โดยคาดว่าจะไม่สามารถกลับมาชำระได้ตามปกติในระยะเวลาอันสั้น

มาตรการที่ 2 : พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 รอบบัญชี (ระหว่างพักชำระยังคงคิดดอกเบี้ยในอัตราปกติ)
- บัตรเครดิตของท่านยังคงใช้ได้ตามปกติในระหว่างการพักชำระหรือหลังโครงการพักชำระสิ้นสุด
- ใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตของท่าน จะแสดงจำนวนเงินที่ต้องชำระเป็นศูนย์ สำหรับการพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 รอบบัญชี
- มาตรการนี้เหมาะสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะสั้นเพื่อให้ผ่านช่วงเวลา 3 เดือนนี้ไปได้ และคาดว่าจะกลับมาชำระปกติได้หลังจากนั้น

Q : ลูกค้าสามารถเข้าร่วมโครงการทั้ง 2 มาตรการ ได้หรือไม่

A : ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าร่วมมาตรการใดมาตรการหนึ่งเท่านั้น

Q : จะทราบผลการอนุมัติ เมื่อไหร่? และอย่างไร?

A : ลูกค้าบัตรเครดิตจะได้รับ SMS แจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้แจ้งความประสงค์และยื่นเอกสารครบ

Q : หากเข้าร่วมมาตรการที่ 1 หรือ 2 แล้ว แต่หลังจากสิ้นสุดมาตรการยังไม่สามารถชำระยอดคงค้างได้ตามปกติ ธนาคารจะช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างไรบ้าง?

A : เมื่อสิ้นสุดมาตรการ ลูกค้าบัตรเครดิตสามารถผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ ในอัตราที่ธนาคารปรับลดให้กับลูกค้าทุกรายโดยอัตโนมัติได้ดังเดิม โดยไม่ต้องติดต่อธนาคารใหม่อีกครั้ง ดังนี้
ปี 2563 - 2564: ชำระขั้นต่ำ 5%
ปี 2565: ชำระขั้นต่ำ 8%
ปี 2566: ชำระขั้นต่ำ 10%
กรณีที่ไม่สามารถผ่อนชำระคืนขั้นต่ำตามข้างต้นได้ สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอรับมาตรการช่วยเหลือในอนาคตต่อไป

บัตรกดเงินสด

Q : สำหรับลูกค้าบัตรกดเงินสด ถ้าสนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องทำอย่างไร

A : สามารถลงทะเบียนผ่าน Contact Center เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น โดยสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 63
ผู้ถือบัตรกดเงินสด TMB ติดต่อ 1558
ผู้ถือบัตรกดเงินสด ธนชาต ติดต่อ 1770

Q : มาตรการที่ให้สำหรับลูกค้าบัตรกดเงินสดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีอะไรบ้าง และมีรายละเอียดอย่างไร

A :
สำหรับบัตรกดเงินสดธนชาต
ธนาคารจะทำการรวมยอดคงค้างทั้งหมด ในกรณีที่ท่านมีรายการผ่อนชำระจะถูกยกเลิกและนำรายการทั้งหมดเป็นยอดคงค้าง มาตั้งผ่อนชำระรายเดือนให้คุณลูกค้าผ่อนเป็นรายเดือน นานสูงสุด 60 เดือน ซึ่งธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 22% ต่อปี
- ในระหว่างการผ่อนชำระ ผู้ถือบัตรจะไม่สามารถใช้บัตรได้ โดยธนาคารจะพิจารณาให้บัตรกดเงินสดสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
- ผู้ถือบัตรยังคงต้องชำระตามค่างวดที่ธนาคารกำหนดเพื่อรักษาสถานะบัตรให้เป็นปกติ

สำหรับบัตรกดเงินสดทีเอ็มบี
ธนาคาร จะทำการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 รอบบัญชี โดยระหว่างพักชำระหนี้ ยอดคงค้างดังกล่าว จะถูกเรียกเก็บด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 22% ต่อปี
- ใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายของท่านจะแสดงจำนวนเงินที่ต้องชำระเป็นศูนย์ สำหรับการพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 รอบบัญชี ทั้งนี้ บัตรยังคงใช้ได้ตามปกติในระหว่างการพักชำระหรือหลังโครงการพักชำระสิ้นสุด