ถาม-ตอบ ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไวรัสโคโรนา (COVID-19)

Q : ผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือดูแลในครั้งนี้มีอะไรบ้าง

A : ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE

Q : คุณสมบัติของลูกค้าที่สามารถเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ

A : ลูกค้าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจทุกคน สามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือนี้ได้

ลูกค้า 1 ท่าน สามารถสมัครเข้าร่วมได้ทุกผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมาตรการความช่วยเหลือ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในแต่ละผลิตภัณฑ์

***กรณีลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ธนชาตDRIVE ที่เข้าร่วมโครงการผ่อนหนักเป็นเบาเพื่อลดค่างวด Step Payment ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

***กรณีลูกค้าสินเชื่อ ธนชาตDRIVE เล่มแลกเงิน ที่เข้ามาตรการลดค่างวด และยังไม่ครบกำหนดเงื่อนไขการชำระค่างวดปกติ ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

Q : ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมมาตรการความช่วยเหลือต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง?

A : ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ลูกค้าทุกราย จะได้รับการปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำตั้งแต่รอบบิลเดือน เม.ย. 63 เป็นต้นไป และ ปรับลดเพดานดอกเบี้ย มีผลกับยอดใช้จ่าย/กดเงินสดตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป โดยปรับให้กับลูกค้าทุกรายอัตโนมัติ ไม่ต้องติดต่อธนาคาร

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล จะลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการความช่วยเหลือ ผ่านเว็บไซต์ธนาคาร ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 64 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากธนาคาร

ทั้งนี้ ในขั้นตอนการลงทะเบียน ลูกค้าจะต้องกรอกเลขที่บัญชี โดยสามารถดูได้จากใบแจ้งหนี้ ดังนี้
ทีทีบี - เลขที่บัญชีเงินกู้ 10 หลัก เช่น 123-4-56789-0 ให้กรอก 1234567890
ธนชาต - เลขที่บัญชีเงินกู้ 13 หลัก เช่น 1234-5-67-89012-3 ให้กรอก 1234567890123

สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE ลูกค้าจะต้องติดต่อ Contact Center 1770 เท่านั้น พร้อมเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

  1. สำเนาทะเบียน / บัตรประชาชน ผู้เช่าซื้อ
  2. กรณีมีผู้ค้ำประกัน กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องมาลงนามในสัญญาทุกท่าน และสำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน
  3. ภาพถ่ายรถยนต์ที่ขอสินเชื่อ ตามเงื่อนไขธนาคาร

หมายเหตุ : การขยายระยะชำระหนี้เพื่อลดค่างวดนั้น กำหนดให้ทั้งผู้เช่าซื้อ/ผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) ต้องมาติดต่อด้วยตนเองที่สาขาธนาคาร ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 64 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากธนาคาร

Q : การแจ้งผลของมาตรการความช่วยเหลือ

A : บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด
สำหรับสำหรับลูกค้าทั่วไป - ลูกค้าจะได้รับการปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ และเพดานดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด (statement)

สินเชื่อบุคคล/สินเชื่อบ้าน - เมื่อลูกค้าลงทะเบียนตามขั้นตอนแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 3 วันทำการ เพื่อแนะนำความช่วยเหลือ และอาจมีการขอเอกสาร/หลักฐานเพิ่มเติม รายละเอียดความช่วยเหลือจะขึ้นอยู่กับผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ โดยธนาคารจะพิจารณาเป็นรายกรณี และ จะแจ้งผลการพิจารณาใน 7 วันทำการ นับจากได้รับเอกสารครบ

สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE - สามารถติดต่อผ่าน Contact Center 1770 เพื่อขอเข้าร่วมโครงการ หากได้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อนัดทำสัญญา และลงนามเอกสารภายใน 3 วันทำการ

Q : มาตรการความช่วยเหลือที่จะได้รับในแต่ละผลิตภัณฑ์

A : บัตรเครดิต

สำหรับลูกค้าทุกราย
1. ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำให้แก่ลูกค้าทุกท่าน จากเดิม 10% เป็น

  • 5% ตั้งแต่ เม.ย. 2563 - 2564
  • 8% ในปี 2565
  • 10% ในปี 2566 เป็นต้นไป
    (ไม่รวมรายการที่ลูกค้าทำผ่อนชำระ ลูกค้าผู้ถือบัตรทีทีบี-Cash Chill Chill, So GooOD, Pay Plan และลูกค้าผู้ถือบัตรธนชาต คือ Sabai Cash, IPP) ผู้ถือบัตรเครดิตยังคงต้องผ่อนชำระแต่ละงวดที่กำหนดตามปกติ และผู้ถือบัตรยังคงต้องเลือกชำระเงินเต็มจำนวนหรือขั้นต่ำที่ไม่น้อยกว่าที่ธนาคารกำหนด เพื่อรักษาสถานะบัตรเครดิตให้เป็นปกติ

2. ปรับลดเพดานดอกเบี้ยจาก 18% เหลือ 16% โดยมีผลกับยอดใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป (รายการผ่อนชำระแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน (So GooOD, Cash Chill, Sabai Cash) จะยึดอัตราดอกเบี้ยและจำนวนงวดที่ทำรายการ จนกว่าจะครบกำหนด จึงเปลี่ยนเป็นอัตราเพดานดอกเบี้ยใหม่)

สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

  • เปลี่ยนยอดคงค้างทั้งหมดเป็นการผ่อนชำระรายเดือน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12% นาน 48 เดือน
    (บัตรจะกลับมาใช้ได้ปกติตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด)
    แจ้งความประสงค์ลงทะเบียนได้ที่ โทร 1428 (ทีทีบี) , 1770 (ธนชาต) จนถึง 30 มิ.ย. 64

บัตรกดเงินสด
สำหรับลูกค้าทุกราย
1. ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำอัตโนมัติให้แก่ลูกค้าทุกท่าน จากเดิม 5% เป็น 3% ตั้งแต่ เม.ย. 2563-2566

2. ปรับลดเพดานดอกเบี้ยจาก 18% เหลือ 16% โดยมีผลกับยอดใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป (รายการผ่อนชำระแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน (So GooOD, Cash Chill, Sabai Cash) จะยึดอัตราดอกเบี้ยและจำนวนงวดที่ทำรายการ จนกว่าจะครบกำหนด จึงเปลี่ยนเป็นอัตราเพดานดอกเบี้ยใหม่)

สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

  • บัตรกดเงินสดธนชาต : ปรับยอดค้างชำระทั้งหมดเป็นรายการแบ่งชำระรายเดือน นาน 60 เดือน และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 22% (บัตรจะกลับมาใช้ได้ปกติตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด) แจ้งความประสงค์ลงทะเบียนได้ที่ โทร 1428 (ทีทีบี) , 1770 (ธนชาต) จนถึง 30 มิ.ย. 64

สินเชื่อบ้าน สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน ธนาคารมี 3 มาตรการ

  • พักชำระเงินต้น โดยยังคงชำระเฉพาะดอกเบี้ย นาน 6 เดือน หรือ
  • ลดยอดผ่อนชำระเหลือ 70% นาน 6 เดือน หรือ
  • พักชำระค่างวด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 เดือน

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของธนาคารสำหรับลูกค้าแต่ละราย เพียงลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ธนาคาร ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 64

สินเชื่อบุคคล สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนกับธนาคาร

  • ลดยอดผ่อนชำระเหลือ 70% นาน 6 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 22%

เพียงลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ธนาคาร ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 64

สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE รถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้ว และรถแลกเงิน

  • มาตรการตั้งหลัก ผ่อนหนักเป็นเบา ลดค่างวดโดยขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ หรือ
  • มาตรการตั้งหลัก พักชำระหนี้ 3 เดือน

เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติเป็นไปตามธนาคารกำหนด

สินเชื่อธนชาตDRIVE เล่มแลกเงิน

  • อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 22% และลดค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนสูงสุด 30% ไม่เกิน 6 เดือน

Q : เมื่อเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือแล้ว ลูกค้ายังต้องชำระค่าใช้จ่าย/ค่างวดสินเชื่ออย่างไรบ้าง

A : บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด

สำหรับลูกค้าทุกราย
1. ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำอัตโนมัติให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ตั้งแต่ เม.ย. 2563-2566 (ไม่รวมรายการที่ลูกค้าทำผ่อนชำระ ลูกค้าผู้ถือบัตรทีทีบี-Cash Chill Chill, So GooOD, Pay Plan และลูกค้าผู้ถือบัตรธนชาต คือ Sabai Cash, IPP) และผู้ถือบัตรยังคงต้องเลือกชำระเงินเต็มจำนวนหรือขั้นต่ำที่ไม่น้อยกว่าที่ธนาคารกำหนด เพื่อรักษาสถานะบัตรเครดิตให้เป็นปกติ

2.ปรับลดเพดานดอกเบี้ยจาก 28% เหลือ 25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป (รายการผ่อนชำระแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน (So GooOD, Cash Chill, Sabai Cashจะยึดอัตราดอกเบี้ยและจำนวนงวดที่ทำรายการ (18% หรือ 28%) จนกว่าจะครบกำหนดจึงเปลี่ยนเป็นอัตราเพดานดอกเบี้ยใหม่)

  • สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และต้องแจ้งความประสงค์มายังธนาคาร

บัตรเครดิต : เปลี่ยนยอดคงค้างทั้งหมดเป็นการผ่อนชำระรายเดือน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12% นาน 48 เดือน (บัตรจะกลับมาใช้ได้ปกติตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด)

บัตรกดเงินสดธนชาต : ปรับยอดค้างชำระทั้งหมดเป็นรายการแบ่งชำระรายเดือน นาน 60 เดือน และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 22% (บัตรจะกลับมาใช้ได้ปกติตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด)

ลูกค้าทีทีบี แจ้งความประสงค์ร่วมโครงการ ได้ที่ โทร 1428 , ลูกค้าธนชาตแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ที่ โทร 1770 ลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 64

สินเชื่อบ้าน
สำหรับลูกค้าที่ได้รับมาตรการ พักชำระค่างวด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 เดือน ตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือ ลูกค้าไม่ต้องชำระยอดเงินต้นและดอกเบี้ย (ยังมีการคำนวณดอกเบี้ยตามปกติ) แต่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาพักชำระ ลูกค้าต้องผ่อนชำระตามปกติ และดอกเบี้ยคงค้างชำระที่เกิดขึ้นระหว่างที่เข้าร่วมมาตรการ ธนาคารจะให้ลูกค้ามาชำระดอกเบี้ยคงค้างดังกล่าวในภายหลัง (กรณีลูกค้าธนาคารธนชาต เมื่อลูกค้ากลับมาผ่อนชำระตามปกติ เงินค่างวดจะถูกนำไปตัดยอดดอกเบี้ยคงค้างชำระให้ครบก่อน จากนั้นจึงนำมาตัดเงินต้นและดอกเบี้ยตามรอบบัญชีปกติ)

สำหรับลูกค้าที่ได้รับมาตรการ พักชำระเงินต้น โดยยังคงชำระเฉพาะดอกเบี้ย นาน 6 เดือน
ค่างวดที่ลูกค้าชำระเข้ามา จะตัดเฉพาะดอกเบี้ยในแต่ละเดือนเท่านั้น ส่วนตัวเงินต้นคงเหลือยังคงเดิม

สำหรับลูกค้าที่ได้รับมาตรการ ลดยอดผ่อนชำระเหลือ 70% นาน 6 เดือน
เมื่อลูกค้าชำระค่างวดเข้ามา จะตัดชำระดอกเบี้ยก่อน ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) จึงจะนำไปตัดเงินต้น

สินเชื่อบุคคล มาตรการปรับลดยอดผ่อนชำระเหลือ 70% นาน 6 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 22% เมื่อลูกค้าชำระค่างวดเข้ามา จะตัดชำระดอกเบี้ยก่อน ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) จึงจะนำไปตัดเงินต้น

สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE
สำหรับลูกค้าที่ได้รับมาตรการ พักชำระค่างวด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 เดือน ตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือ ลูกค้าไม่ต้องชำระยอดเงินต้นและดอกเบี้ย แต่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาพักชำระ ลูกค้าต้องผ่อนชำระตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

สำหรับลูกค้าที่ได้รับมาตรการ ผ่อนหนักเป็นเบา ลูกค้าต้องผ่อนชำระตามสัญญาใหม่ ที่ได้ทำไว้

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธนชาตDRIVE เล่มแลกเงิน มาตรการปรับลดค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนสูงสุด 30% นานสูงสุด 6 เดือน และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% เมื่อลูกค้าชำระค่างวดเข้ามา จะตัดชำระดอกเบี้ยก่อน ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) จึงจะนำไปตัดเงินต้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ผ่านทาง Contact Center โทร 1428 (ทีทีบี) , 1770 (ธนชาต)

Q : หากลูกค้ายังไม่เคยเข้าร่วม หรือเป็นลูกค้าเดิมที่เคยเข้าร่วม และตอนนี้สิ้นสุดมาตรการแล้ว จะสามารถเข้ารับความช่วยเหลือได้หรือไม่

A : สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบุคคล :
สามารถขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ตามปกติ ผ่านการลงทะเบียนเว็บไซต์ของธนาคาร ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 64 โดยธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าอีกครั้ง และจะมีการขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจริง

สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง :
สามารถขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ตามปกติ ได้ที่ ทีเอ็มบี โทร.ทีทีบี 1428 ธนชาต โทร. 1770 (ธนชาต) ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 64 โดยธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าอีกครั้ง และจะมีการขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจริง

สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE : ลูกค้าสามารถขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ตามปกติ ผ่าน Contact Center 1770 เท่านั้น   ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 64 โดยธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าอีกครั้ง และจะมีการขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจริง

Q : หากสมัครเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือแล้ว มีนโยบายปรับดอกเบี้ยขึ้น/ลง จะต้องโดนปรับตามหรือไม่

A : เนื่องจากมาตรการนี้เป็นความช่วยเหลือเพื่อพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ ระบบจะยังคงคิดดอกเบี้ยตามที่ระบุในสัญญา ดังนั้น หากลูกค้าใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว และธนาคารมีประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว อัตราดอกเบี้ยของลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงตามประกาศเช่นกัน แต่หากลูกค้าใช้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย

สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE อัตราดอกเบี้ยจะเป็นอ้ตราดอกเบี้ยตามสัญญาที่ลูกค้าเข้าร่วมโครงการ

Q : สมัครเข้ามาตรการเรียบร้อยแล้วสามารถยกเลิกได้หรือไม่

A : บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด

  • สำหรับลูกค้าทั่วไป สามารถเลือกชำระเต็มจำนวน หรือผ่อนชำระในอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำไม่น้อยกว่าที่กำหนด<
  • สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ - ลูกค้าสามารถแจ้งยกเลิกได้ หากต้องการจ่ายชำระกลับมาเป็นปกติ

สินเชื่อบุคคล/สินเชื่อบ้าน

  • กรุณาติดต่อ Contact Center 1428 (ลูกค้าทีทีบี) หรือ 1770 (ลูกค้าธนชาต) เพื่อยกเลิกการเข้าร่วมมาตรการ หลังจากนั้นลูกค้าสามารถชำระสินเชื่อได้ตามปกติ

สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE - กรุณาติดต่อ Contact Center 1770 เพื่อยกเลิกการเข้าร่วมมาตรการ หลังจากนั้นลูกค้าสามารถชำระสินเชื่อได้ตามปกติ

Q : ถ้าเข้ามาตรการแล้วจะสามารถกู้สินเชื่อประเภทอื่นเพิ่มในช่วงพักชำระหนี้ได้หรือไม่

A : ลูกค้าสามารถสมัครสินเชื่ออื่นๆ เพิ่มเติมได้ แต่การพิจารณาอนุมัติขึ้นอยูกับหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยจะพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้คืน

Q : หากเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ จะมีประวัติการค้างชำระในการรายงานข้อมูลเครดิตหรือไม่

A : ลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือและธนาคารมีการยืนยันแล้ว จะถือเป็นลูกหนี้ปกติ ไม่รายงานว่าเป็นลูกหนี้ที่มีปัญหาในเครดิตบูโร รวมถึงจะไม่กระทบต่อสถานภาพในการขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานะหรือประวัติของลูกค้าที่มีอยู่ในเครดิตบูโรที่มีมาก่อนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ

Q : หากเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ จะมีประวัติการค้างชำระในการรายงานข้อมูลเครดิตหรือไม่

A : ลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือและธนาคารมีการยืนยันแล้ว จะถือเป็นลูกหนี้ปกติ ไม่รายงานว่าเป็นลูกหนี้ที่มีปัญหาในเครดิตบูโร รวมถึงจะไม่กระทบต่อสถานภาพในการขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานะหรือประวัติของลูกค้าที่มีอยู่ในเครดิตบูโรที่มีมาก่อนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ

Q : หากลูกค้าไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ ต้องทำอย่างไร

A : หากลูกค้าไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ

บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด

  • ลูกค้าสามารถเลือกชำระเต็มจำนวน หรือผ่อนชำระในอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำไม่น้อยกว่าที่กำหนด

สินเชื่อบุคคล/สินเชื่อบ้าน

  • ลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านเว็บไซต์ที่ระบุไว้ ลูกค้าสามารถชำระค่างวดได้ตามปกติ

สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE

  • ลูกค้าสามารถชำระค่างวดรถยนต์ได้ตามปกติ ระบบจะนำไปหักลดค่างวดเองอัตโนมัติ

Q : สำหรับการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยใหม่ สำหรับบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด คำนวณอย่างไร

A :

ตัวอย่างรายการ การเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย
จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2563
บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด
ยอดคงค้าง (ยอดหนี้คงค้าง) อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 18% อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 28% อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 16% อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 25%
รายการใช้จ่าย/เบิกถอนเงินสด
รายการผ่อนชำระแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน (So GooOD, Cash Chill, Sabai Cash) ยึดอัตราดอกเบี้ยและจำนวนงวดที่ทำรายการ (18% หรือ 28%) จนกว่าจะครบกำหนด จึงเปลี่ยนเป็นอัตราเพดานดอกเบี้ยใหม่

 

ถาม-ตอบ ลูกค้าธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบไวรัสโคโรนา (COVID-19)

Q : มาตรการเดิม รายละเอียดของโครงการตั้งหลักเพื่อลูกค้าเอสเอ็มอี ประเภทสินเชื่อวงเงินกู้ระยะยาว

A : พักชำระเงินต้นสูงสุด 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน นับจากวันที่ลูกค้าได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ

Q : มาตรการเดิม รายละเอียดของโครงการตั้งหลักเพื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ประเภทสินเชื่อวงเงินกู้ระยะยาว

A : พักชำระเงินต้นสูงสุด 3 เดือน นับจากวันที่ลูกค้าได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ หรือ
ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวดสูงสุด 12 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 14 เดือน นับจากวันที่ลูกค้าได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ

Q : มาตรการเดิม รายละเอียดของโครงการตั้งหลักเพื่อลูกค้าเอสเอ็มอี ประเภทสินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) / วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน

A : แปลงวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) หรือวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเป็นวงเงินกู้ระยะยาว

Q : มาตรการเดิม รายละเอียดของโครงการตั้งหลักเพื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ประเภทสินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) / วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน

A : แปลงวงเงินกู้ระยะสั้นสูงสุดไม่เกิน 50% ของวงเงินเป็นวงเงินกู้ระยะยาวสูงสุดไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ลูกค้าได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ

Q : มาตรการเดิม คุณสมบัติของลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการตั้งหลักนี้ มีอะไรบ้าง

A : สำหรับลูกค้าสินเชื่อต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. เป็นลูกหนี้ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
  2. เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ใช้สินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจ
  3. ไม่เป็น NPL ณ วันที่ขอเข้าร่วมโครงการ

โดยสิทธิ์ที่ได้รับจากการชะลอหรือพักชำระหนี้ตลอดช่วงเวลาของโครงการจะเหมือนกันทุกประการ แต่จะแตกต่างกันบ้างเมื่อพ้นกำหนดโครงการ และจะมีการขยายระยะเวลาของสัญญา

Q : มาตรการเดิม หากเคยยื่นเรื่องขอพักชำระหนี้เงินต้นเพียงอย่างเดียว หรือพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยมาก่อนหน้านี้แล้ว สามารถยื่นเรื่องได้อีกหรือไม่

A : ลูกค้ายังคงได้รับสิทธิ์ระยะเวลาของโครงการนี้

Q : มาตรการเดิม สำหรับการพักหรือชะลอการชำระหนี้ต้องมีการทำสัญญาฉบับใหม่หรือไม่

A : ต้องมีการทำสัญญาฉบับใหม่

Q : มาตรการเดิม ถ้าต้องการจ่ายตามปกติ สามารถทำได้หรือไม่

A : ลูกค้าสามารถดำเนินการชำระได้ด้วยตนเองตามช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร>

Q : มาตรการเดิม สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้วและเป็นลูกค้าที่หักบัญชีชำระค่างวดสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) ผ่านบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit) แต่อยากจะชำระค่างวดในบางเดือนที่ธุรกิจเริ่มฟื้นตัวต้องทำอย่างไร

A : หากลูกค้าประสงค์จะชำระหนี้ในระหว่างร่วมโครงการ ลูกค้าสามารถชำระหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านทางช่องทางรับชำระหนี้ต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น สาขาหรือบริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์

A : ลูกค้าสามารถสมัครสินเชื่ออื่น ๆ เพิ่มเติมได้ แต่การพิจารณาอนุมัติขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยจะพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก

Q : มาตรการเดิม สามารถขอเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือได้กี่ครั้ง

A : โดยปกติแล้วลูกค้า 1 ท่าน สามารถขอเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือในแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ธนาคารจะพิจารณาเป็นรายกรณี

Q : มาตรการเดิม หากเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ จะมีประวัติการค้างชำระในการรายงานข้อมูลเครดิตหรือไม่

A : การรายงานสถานะหนี้ของลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการจะเป็นไปตามสถานะ ณ ปัจจุบัน ตามประวัติการชำระของลูกค้า

Q : มาตรการเดิม การรับความช่วยเหลือจากโครงการตั้งหลักนี้ จะมีผลใด ๆ ต่อเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ที่เคยลงนามไว้กับธนาคารหรือไม่

A : เงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาเงินกู้จะถูกปรับตามโครงการใหม่ที่ลูกค้ารับความช่วยเหลือ

Q : มาตรการเดิม กรณีมีสภาพคล่องเหลือบางเดือนและต้องการลดหนี้ส่วนที่ตั้งพักไว้ต้องทำอย่างไร

A : สามารถจ่ายชำระเข้ามา ตามช่องทางรับชำระหนี้ต่าง ๆ ของธนาคารได้ตลอดเวลา

Q : มาตรการเดิม กรณีที่ต้องการติดต่อเรื่องขยายการชำระหนี้ ต้องติดต่อมาที่ช่องทางใด

A : ลูกค้าทีทีบี

  1. ลูกค้าเอสเอ็มอี (นิติบุคคล) ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000
  2. ลูกค้าเอสเอ็มอี (บุคคลธรรมดา) ติดต่อทีเอ็มบีธนชาต คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 1428 กด 3 กด 2
  3. ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000

ลูกค้าธนชาต ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ธนชาต โทร 1770 กด 0 กด 5

Q : มาตรการใหม่ "สินเชื่อฟื้นฟู" รายละเอียดของโครงการสินเชื่อฟื้นฟู (Special Loan 2021)

A : เป็นมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 เพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ ลดผลกระทบต่อการจ้างงาน และฟื้นฟูการประกอบธุรกิจฟื้นฟูการประกอบธุรกิจ เช่น ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้การค้า จ่ายค่าแรงงาน

Q : มาตรการใหม่ "สินเชื่อฟื้นฟู" คุณสมบัติของลูกค้าธุรกิจที่จะเข้าร่วมโครงการ

A : ลูกหนี้ SME และ Corporate ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของ BOT

  1. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย (ไม่ต้องพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้น)
  2. กรณีลูกหนี้เดิม ต้องมีวงเงินสินเชื่อกับ สง. แต่ละแห่งไม่เกิน 500 ลบ. ณ 28 ก.พ. 64 หรือหากเป็นลูกหนี้ใหม่ (New to system) ต้องไม่มีวงเงินสินเชื่อกับ สง. แห่งหนึ่งแห่งใด ณ 28 ก.พ. 64 ทั้งนี้ ไม่รวมถึงวงเงินสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค*
  3. ไม่เป็น NPL ณ 31 ธ.ค. 62 (เฉพาะลูกหนี้เดิม)
  4. ไม่เป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET (MAI กู้ได้)
  5. ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน เช่น สง. บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่ สง. บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ออมทรัพย์ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ โรงรับจำนำ และกองทุนต่าง ๆ เป็นต้น
  6. ผ่านเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคาร

Q : มาตรการใหม่ "สินเชื่อฟื้นฟู" โครงการนี้เหมาะกับใคร

A : ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 เพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ ลดผลกระทบต่อการจ้างงาน และฟื้นฟูการประกอบธุรกิจฟื้นฟูการประกอบธุรกิจ เช่น ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้การค้า จ่ายค่าแรงงาน

Q : มาตรการใหม่ "สินเชื่อฟื้นฟู" ลูกค้าได้ประโยชน์อะไรจากโครงการ

A :

  1. เพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ ลดผลกระทบต่อการจ้างงาน และฟื้นฟูการประกอบธุรกิจฟื้นฟูการประกอบธุรกิจ
  2. ลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับวงเงินสินเชื่อ คือ
    ลูกหนี้ใหม่: สามารถกู้ยืมได้ไม่เกิน 20 ลบ. (นับรวมวงเงินสินเชื่อจาก สง. ทุกแห่ง)
    ลูกหนี้เดิม: สามารถกู้ยืมได้ไม่เกิน 30% ของวงเงินสินเชื่อ ณ 31 ธ.ค. 62 หรือ ณ 28 ก.พ. 64 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ต้องไม่เกิน 150 ล้านบาท หากลูกหนี้เป็นผู้ได้รับวงเงินสินเชื่อ soft loan (พ.ร.ก.เดิม) จะต้องหักวงเงิน soft loan ก่อน ทั้งนี้ ไม่รวมวงเงิน soft loan ที่ลูกหนี้ได้รับอนุมัติ ตาม พรก. เดิม และ สง. เบิกใช้วงเงินไปแล้ว แต่ สง. ได้นำมาชำระคืน ธปท. โดยที่ลูกหนี้ไม่ได้เบิกใช้ (full/partial)
  3. ได้ระยะเวลาการกู้ยืมที่ยาวนานขึ้น โดยสามารถกู้ยืมได้สูงสุดไม่เกิน 7 ปี
  4. อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 5% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 5 ปีแรก
    - 2 ปีแรก จ่ายดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี
    - มีการชดเชยดอกเบี้ยให้ 6 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ได้รับสินเชื่อ

Q : มาตรการใหม่ "สินเชื่อฟื้นฟู" สามารถยื่นขอเข้าร่วมโครงการได้ถึงเมื่อใด

A : ลูกค้าสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ภายใน 2 ปี นับจากวันประกาศพระราชกำหนด หรือจนกว่าวงเงินภายใต้ประกาศพ.ร.ก. จะหมด

A : ลูกค้าทีทีบี

  1. ลูกค้าเอสเอ็มอี (นิติบุคคล) ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000
  2. ลูกค้าเอสเอ็มอี (บุคคลธรรมดา) ติดต่อทีเอ็มบีธนชาต คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 1428 กด 3 กด 2
  3. ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000

ลูกค้าธนชาต ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ธนชาต โทร 1770 กด 0 กด 5

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" รายละเอียดของโครงพักทรัพย์พักหนี้

A : ช่วยเหลือลูกหนี้ในกลุ่มธุรกิจที่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกันค้ำภาระหนี้ ให้สามารถใช้สินทรัพย์นั้น โอนทรัพย์ชำระหนี้ได้ เพื่อลดภาระหนี้ โดยมีเงื่อนไขให้สามารถซื้อคืนได้ และมีสิทธิสามารถเช่าทรัพย์สินนั้นกลับไปใช้ในการประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะขาดสภาพคล่อง

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" คุณสมบัติของลูกค้าธุรกิจที่จะเข้าร่วมโครงการ

A : สำหรับลูกค้าสินเชื่อต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนและประกอบธุรกิจในประเทศไทย
  2. เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ใช้สินเชื่อกับธนาคารก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 และไม่เป็น NPL ก่อนเดือนมกราคม พ.ศ. 2563
  3. ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" โครงการนี้เหมาะกับใคร และลูกค้าได้ประโยชน์อะไรจากโครงการ

A : โครงการนี้เป็นการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 และมีศักยภาพที่จะกลับดำเนินธุรกิจได้ในภายหลัง โดยลูกค้าสามารถลดภาระหนี้ลงผ่านการโอนทรัพย์ชำระหนี้

A : ลูกค้าสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ภายใน 2 ปี นับจากวันประกาศพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (วันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2564)

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" ประเภทหลักประกันที่สามารถโอนทรัพย์ชำระหนี้

A :

  1. เป็นหลักประกันประเภทอสังหาริมทรัพย์
  2. ค้ำประกันสินเชื่อกับธนาคารก่อนวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2564 และมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ค้ำประกันการประกอบธุรกิจ

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" ระยะเวลาการซื้อคืนเป็นเท่าใด

A : ลูกค้ามีสิทธิในการซื้อทรัพย์หลักประกันคืนได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" มูลค่าโอนทรัพย์ชำระหนี้จะเป็นเท่าใด

A : มูลค่าการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้จะเป็นไปตามเกณฑ์ธนาคาร โดยสามารถสอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" มูลค่าซื้อทรัพย์คืนจะเป็นเท่าใด

A : มูลค่าซื้อทรัพย์คืนจะเท่ากับ มูลค่าโอนทรัพย์ชำระหนี้ บวกค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาทรัพย์สิน (1% ต่อปี) บวก ค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์สินที่ธนาคารได้จ่ายไป

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" ถ้าประสงค์เช่าทรัพย์หลักประกันเพื่อประกอบธุรกิจ และอัตราค่าเช่าเป็นเช่นใด

A : สามารถเช่าทรัพย์หลักประกันเพื่อดำเนินธุรกิจได้โดยต้องแจ้งความประสงค์เช่าภายใน 15 วันนับจากวันที่โอน โดยอัตราค่าเช่าจะเป็นไปตามที่ตกลงกัน โดยลูกค้าสามารถนำค่าเช่าที่ได้ชำระจริงมาหักออกจากมูลค่าซื้อทรัพย์คืนได้

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" สิทธิประโยชน์ลูกค้าจะได้รับ

A : ลูกค้าจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการโอนทรัพย์ทรัพย์ชำระหนี้

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" ในกรณีต้องการใช้สิทธิซื้อทรัพย์คืนก่อนกำหนดสามารถทำได้หรือไม่

A : สามารถทำได้

Q : มาตรการใหม่ "พักทรัพย์ พักหนี้" กรณีต้องการขอเข้าร่วมโครงการ ต้องดำเนินการอย่างไร

A : ลูกค้าทีทีบี

  1. ลูกค้าเอสเอ็มอี (นิติบุคคล) ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000
  2. ลูกค้าเอสเอ็มอี (บุคคลธรรมดา) ติดต่อทีเอ็มบีธนชาต คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 1428 กด 3 กด 2
  3. ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000

ลูกค้าธนชาต ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ธนชาต โทร 1770 กด 0 กด 5