TMB
  • 11 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลงหนัก จากความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากเช่นกลุ่มเทคโนโลยี (เฟซบุ๊ก อเมซอน เน็ทฟลิกซ์ อัลฟาเบท ไมโครซอฟท์) กลุ่มอุตสาหกรรม (โบอิ้ง แคทเทอร์พิลลาร์) และกลุ่มพลังงาน (เชฟรอน เอ๊กซอน โมบิล) เป็นต้น
  • 10 ต.ค. 61
    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจโลกเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้า โดยคาดว่าปี 2561 จะขยายตัว 3.7% (ลดลง 0.2%) นอกจากนี้ยังคาดว่าผลกระทบจากสงครามการค้าจะทำให้เศรษฐกิจชะลอลง 0.8% ในปี 2563 และ 0.4% ในระยะยาว
  • 09 ต.ค. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดบวก (8 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคและกลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งเป็นหุ้นที่สามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจ (defensive stocks) อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 จากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
  • 08 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (5 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐจะออกมาน้อยกว่าคาด ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงต่อเนื่องจากความกังวลต่อข่าวที่รัฐบาลจีนได้ลักลอบฝังไมโครชิปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของบริษัทสหรัฐเกือบ 30 แห่ง ซึ่งจะทำให้รัฐบาลจีนสามารถลักลอบเข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กรของภาคเอกชนและรัฐบาลของสหรัฐได้
  • 05 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วโลกปรับตัวลงจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นหลังตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ขยายตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
  • 04 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 (3 ต.ค.) ขานรับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย.ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้น รวมทั้งแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม หลังนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐ และประเทศคู่ค้าอย่างแคนาดาและเม็กซิโก
  • 03 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ปิดผสมผสานตามปัจจัยของแต่ละภูมิภาค โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบตามการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดลบจากความกังวลเกี่ยวกับแผนงบประมาณของอิตาลีและกรีซ ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดบวกโดยได้แรงหนุนจากการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา
  • 02 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ปรับตัวขึ้นรับข่าวที่สหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับใหม่ ระหว่างกันได้ หลังยืดเยื้อมานาน อย่างไรก็ตามตลาดอ่อนตัวลงเล็กน้อยในช่วงท้ายจากความกังวลเกี่ยวกับน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี และข้อมูลที่ชี้ว่าเศรษฐกิจอาจจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง
  • 01 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกสลับลบเล็กน้อย (28 ก.ย.) แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศออกมาล่าสุดยังคงขยายตัวมากกว่าคาด เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเมืองในอิตาลี
  • 28 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวดี ขณะที่หุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากค้าปลีกรายใหญ่ที่เปิดเผยผลกำไรดีกว่าคาดการณ์ ขณะที่น้ำมันปรับเพิ่มขึ้นจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน ส่วนทองคำปรับตัวลงหลังจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ