TMB
  • 27 ก.ย. 61
    ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ รวมทั้งได้ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค. และอีก 3 ครั้งในปีหน้า
  • 26 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (25 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม (หุ้นที่อ่อนไหวต่อการค้าระหว่างประเทศ) ยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง
  • 25 ก.ย. 61
    ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จำนวน 85 รายการ ทรงตัวที่ระดับ +0.18 ในเดือนส.ค. ซึ่งบ่งบอกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงอยู่สูงกว่าแนวโน้ม
  • 24 ก.ย. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดบวกทำจุดสูงสุด (21 ก.ย.) โดยตลาดยังคงได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาล่าสุดเริ่มชะลอตัวลง
  • 21 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกทำจุดสูงสุด (New High) (20 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดพุ่งขึ้นโดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ดีดตัวขึ้น ซึ่งรวมถึงหุ้นแอปเปิลและไมโครซอฟท์
  • 20 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก (19 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ดีดตัวขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งแรงหนุนจากการที่นักลงทุนมองว่าการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะไม่รุนแรงมากเท่ากับที่คาด อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้นไมโครซอฟท์ หลังบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
  • 19 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก (18 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังสหรัฐฯ และจีนเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์สมาร์ทวอทช์จากบริษัทแอปเปิล และบริษัทฟิตบิท ไม่ได้รวมอยู่ในรายการสินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษีครั้งล่าสุดนี้
  • 18 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฯ ปิดลบ (17 ก.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ปธน. ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 2 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มค้าปลีกยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบ
  • 17 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (14 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการซึ่งมีทั้งที่ออกมาดีกว่าและแย่กว่าคาดการณ์ ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลัง ปธน.ทรัมป์ยังคงมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน
  • 14 ก.ย. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก (13 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจีนได้ตอบรับคำเชิญของสหรัฐฯ ในการเจรจาการค้ารอบใหม่เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ดีดตัวขึ้น รวมทั้งตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งจะลดแนวโน้มในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ