TMB
  • 09 ส.ค. 61
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (8 ส.ค.) ปิดในระดับที่ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า หลังจีนประกาศจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25% จากสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐฯ วงเงิน 16,000 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าดังกล่าวรวมถึงน้ำมันดิบและรถยนต์ มีผลตั้งแต่ 23 สิงหาคม เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเดียวกันกับที่สหรัฐฯ ประกาศใช้กับสินค้านำเข้าจากจีนในวันก่อนหน้า
  • 08 ส.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (7 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ
  • 07 ส.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (โดยบริษัทในดัชนี S&P 500 ส่วนใหญ่มีกำไรสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์) นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าผู้บริโภค
  • 06 ส.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (3 ส.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการอันแข็งแกร่งของบริษัทต่างๆ ที่ทยอยประกาศตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
  • 03 ส.ค. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดลบเล็กน้อย (2 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ต่างปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นแอปเปิลจนทำสถิติเป็นบริษัทจดทะเบียนแห่งแรกของสหรัฐและของโลกที่มีมูลค่าตลาดแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยบดบังความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน
  • 02 ส.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (1 ส.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทแอปเปิล อิงค์ เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด
  • 01 ส.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (31 ก.ค.) หลังมีรายงานว่า สหรัฐและจีนกำลังเจรจากันเพื่อยุติความขัดแย้งทางการค้า โดยข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ
  • 31 ก.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง (30 ก.ค.) โดยดัชนี Nasdaq ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นของบริษัทในกลุ่ม FAANG (เฟซบุ๊ก แอปเปิล อเมซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล) หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง
  • 26 ก.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (25 ก.ค.) ขานรับสัญญาณบวกจากการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะร่วมมือกันเพื่อเตรียมยุติการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่รวมรถยนต์ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐ และสหภาพยุโรป (EU)
  • 25 ก.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (24 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ขณะที่หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรพุ่งขึ้นหลังปธน. ทรัมป์ วางแผนให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานดัชนี PMI ที่ยังคงมีการขยายตัวในเดือนก.ค.