TMB
  • 27 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (26 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
  • 26 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (25 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงโบอิ้ง และคอมแคสต์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงติดต่อกัน 5 วันทำการที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลว่า การพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) นั้น จะเป็นแรงผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทเอกชนและกลุ่มผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นด้วย
  • 25 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (24 เม.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) ที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี จะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้น และอาจเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้
  • 24 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (23 เม.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) พุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 3% โดยการพุ่งขึ้นของ Bond Yield ดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก อัลฟาเบท และไมโครซอฟท์
  • 23 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (20 เม.ย.) เนื่องจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังมอร์แกน สแตนลีย์ได้ปรับลดคาดการณ์ยอดขาย iPhone ของบริษัทแอปเปิล อิงค์ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังสร้างแรงกดดันต่อตลาด และบดบังปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างเจเนอรัล อิเลคทริค (GE)
  • 20 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง (19 เม.ย.) โดยได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังบริษัทไต้หวัน เซมิคอนดัคเตอร์ (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพให้แก่บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เช่น แอปเปิล ได้ออกมาคาดการณ์อุปสงค์ที่อ่อนแอของตลาดสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ การร่วงลงของหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภค ยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบเช่นกัน
  • 18 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (17 เม.ย.) โดยมีแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทฯ บางแห่งที่ออกมาดีกว่าคาด รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่องและคลายความกังวลจากสถานการณ์ในซีเรีย
  • 17 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (16 เม.ย.) โดยมีแรงหนุนจากยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวดีขึ้นในเดือน มี.ค. 61 และรายงานผลประกอบการบริษัทฯ ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย
  • 12 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (11 เม.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในซีเรียหลังปธน. ทรัมป์ขู่ว่าสหรัฐจะยิงขีปนาวุธถล่มซีเรีย เพื่อตอบโต้รัฐบาลของปธน. บาชาร์ อัล-อัสซาดที่ใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดต่างก็สนับสนุนให้เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งขึ้น
  • 11 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (10 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิงส่งสัญญาณความพร้อมในการเปิดกว้างให้ต่างชาติเข้าถึงตลาดจีนมากขึ้น พร้อมกับให้คำมั่นว่า จีนจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มรถยนต์ของสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง