TMB
  • 26 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (23 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่พุ่งสูงสุดรอบ 8 เดือน รวมถึงการที่สหรัฐเลี่ยงชัตดาวน์ครั้งที่ 3 ในปีนี้ได้ หลังปธน.ทรัมป์ลงนามร่างงบประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์
  • 23 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (22 มี.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลท์ ทรัมป์ลงนามคำสั่งให้เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนตามที่เคยแถลงไว้ก่อนหน้า โดยระบุว่าจีนได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญหาของบริษัทฯ สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าอาจเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนตามมา
  • 22 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (21 มี.ค.) เนื่องจากความกังวลเรื่องอัตราผลตอบแทนของพันธ์บัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สองเมื่อคืนนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านปรับตัวขึ้น ขานรับยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ.
  • 21 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (20 มี.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม หุ้นเฟซบุ๊กร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง และได้ฉุดหุ้นโซเชียลมีเดียรายอื่นๆปรับตัวลงด้วย หลังมีรายงานว่า คณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FTC) กำลังสอบสวนกรณีการล้วงข้อมูลผู้ใช้บริการเฟซบุ๊กจำนวนมาก ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย
  • 20 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (19 มี.ค.) เนื่องจากการดิ่งลงอย่างหนักของหุ้นเฟซบุ๊กได้ฉุดหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงด้วย โดยหุ้นเฟซบุ๊กทรุดตัวลงจากรายงานข่าวที่ว่า แคมบริดจ์ อนาลิติกา ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์การเมือง สามารถเข้าถึงข้อมูลโปรไฟล์ของผู้ใช้บริการเฟซบุ๊กจำนวน 50 ล้านคนโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความผันผวนทางการเมืองในสหรัฐ และการที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ
  • 19 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (16 มี.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในสหรัฐและผลกระทบของสงครามการค้า ยังคงสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้น
  • 16 มี.ค. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดบวก (15 มี.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะที่ ดัชนี S&P500 และ ดัชนี Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า
  • 15 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (14 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐเตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ, โทรคมนาคม และสินค้าเพื่อผู้บริโภคจากจีน นอกจากนี้ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ยังกดดันให้จีนปรับลดยอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐลง 1 แสนล้านดอลลาร์
  • 14 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (13 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งรายงานข่าวที่ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ประกาศปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ หลังจากเกิดความขัดแย้งด้านนโยบายต่างประเทศหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐและจีน หลังจากสื่อรายงานว่า ปธน.ทรัมป์มีแผนที่จะออกมาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน โดยพุ่งเป้าไปที่สินค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสาร
  • 13 มี.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (12 มี.ค.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งรวมถึงหุ้นโบอิ้ง และหุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ หลังจากประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนบวก โดยส่วนหนึ่งได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนยังคงขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ