TMB
  • 04 พ.ค. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดบวกเล็กน้อย (3 พ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายในช่วงที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนกำลังเจรจาด้านการค้า โดยความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาดังกล่าว ได้บดบังปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
  • 03 พ.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง (2 พ.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ซึ่งสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจใช้มาตรการควบคุมบริษัทของจีนในการขายอุปกรณ์ด้านการสื่อสารในสหรัฐ
  • 02 พ.ค. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 (1 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ พร้อมจับตาสถานการณ์ด้านการค้าอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
  • 30 เม.ย. 61
    ดัชนี Dow Jones ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (27 เม.ย.) ขณะที่อีกสองดัชนีหลักอย่าง S&P500 และ Nasdaq บวกเพียงเล็กน้อย ท่ามกลางการเปิดเผยรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างตัวเลข GDP โดยนักลงทุนชั่งใจว่าผลประกอบการที่ออกมาดีเกินคาดของบริษัทรายใหญ่นั้นจะเพียงพอชดเชยกับสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอความร้อนแรงได้หรือไม่
  • 27 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (26 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
  • 26 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (25 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงโบอิ้ง และคอมแคสต์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงติดต่อกัน 5 วันทำการที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลว่า การพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) นั้น จะเป็นแรงผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทเอกชนและกลุ่มผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นด้วย
  • 25 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (24 เม.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) ที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี จะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้น และอาจเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้
  • 24 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (23 เม.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) พุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 3% โดยการพุ่งขึ้นของ Bond Yield ดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก อัลฟาเบท และไมโครซอฟท์
  • 23 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (20 เม.ย.) เนื่องจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังมอร์แกน สแตนลีย์ได้ปรับลดคาดการณ์ยอดขาย iPhone ของบริษัทแอปเปิล อิงค์ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังสร้างแรงกดดันต่อตลาด และบดบังปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างเจเนอรัล อิเลคทริค (GE)
  • 20 เม.ย. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง (19 เม.ย.) โดยได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังบริษัทไต้หวัน เซมิคอนดัคเตอร์ (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพให้แก่บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เช่น แอปเปิล ได้ออกมาคาดการณ์อุปสงค์ที่อ่อนแอของตลาดสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ การร่วงลงของหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภค ยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบเช่นกัน
สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ