TMB
  • 26 ม.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (25 ม.ค.) ขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เขาสนับสนุนการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และเชื่อว่าดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นอีก
  • 25 ม.ค. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดบวก (24 ม.ค.) นำโดยการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน โดยเฉพาะหุ้นโกลด์แมน แซคส์และอเมริกัน เอ็กซ์เพรส เป็นหลัก สวนทางกับดัชนี NASDAQ และ S&P500 ที่ปรับลดลงจากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวลดลง
  • 24 ม.ค. 61
    ดัชนี Dow Jones ปิดลบเล็กน้อย (23 ม.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นบริษัทรายใหญ่อย่างจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) หลังทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงเดินหน้าปิดทำ New High หลังบริษัทเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทีวีออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
  • 23 ม.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (22 ม.ค.) หลังจากวุฒิสภาสหรัฐให้ความเห็นชอบในการลงมติรอบแรกด้านกระบวนการปฏิบัติ (procedural vote) ต่อร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวานนี้ ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการบริหารประเทศจนถึงวันที่ 8 ก.พ. ขณะที่ตลาดคาดหวังว่า สภาคองเกรสจะลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวในขั้นตอนสุดท้าย
  • 22 ม.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (19 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ส่วนประเด็นที่สภาคองเกรสสหรัฐอาจไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ทันเส้นตายในวันศุกร์ ซึ่งจะส่งผลให้มีการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์นั้น ไม่ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุนเท่าไรนัก
  • 19 ม.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (18 ม.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลว่าสภาคองเกรสสหรัฐอาจไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ทันเส้นตายในศุกร์นี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงหุ้นโบอิ้ง และหุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี)
  • 18 ม.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (17 ม.ค.) โดยทั้ง 3 ดัชนีปิดทำ New High พร้อมกันอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือ "Beige Book" ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัวได้ดี และมีแนวโน้มที่สดใสในปี 2561 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน
  • 17 ม.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ (16 ม.ค.) หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สหรัฐอาจต้องปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ
  • 16 ม.ค. 61
    (15 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการเนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบโดยได้รับปัจจัยกดดันจากสกุลเงินยูโรที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าอาจจะยุติโครงการ QE หลังเดือนก.ย. หากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อปรับตัวตามคาดการณ์
  • 15 ม.ค. 61
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก (12 ม.ค.) ขานรับผลประกอบการสถาบันการเงินแข็งแกร่ง รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาสดใส โดยทั้ง 3 ดัชนี ปิดทา New High พร้อมกันอีกครั้ง