TMB

ลงทุนอะไรดี? ในวันที่เงินฝากและกองทุนตราสารหนี้ เจอ Perfect Storm

 

หลายคนมีประโยคฝังหัวว่า “การลงทุน (หุ้น) มีความเสี่ยง” เลยเลี่ยงไปลงทุนในเงินฝากหรือกองทุนตราสารหนี้ เพราะมองว่าไม่มีความเสี่ยง แต่จริงๆ แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงเอาเสียเลย เพียงแต่ไม่มากมายเหมือนหุ้นเท่านั้นเอง ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น “Perfect Storm” ของผู้ลงทุนกลุ่มนี้

 

พายุลูกแรกที่พัดมาก็คือ กฎหมายการเก็บภาษีรายได้จากการลงทุนในเงินฝาก หรือตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ดอกเบี้ยที่ได้จากการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ รวมถึงส่วนลดจากการลงทุนในตราสารหนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมเป็นต้นไป ต้องถูกเก็บภาษี 15% ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนประเภทนี้ลดลง ส่วนใครสงสัยที่มาที่ไปทำไมต้องเก็บภาษี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ “เคลียร์ให้ชัด! เก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ ถอยมั๊ยหรือไปต่อ?” ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมานะครับ

 

พายุลูกที่สอง มาจากการปรับลดความคุ้มครองเงินฝากจาก 10 ล้านบาทเหลือ 5 ล้านบาท ซึ่งมีผลในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าการฝากเงินที่ดูเหมือนว่า “ไม่เสี่ยง” แต่จริงๆ แล้วก็เลี่ยงความเสี่ยงไม่ได้เหมือนกัน พูดง่ายๆ หากเราฝากเงินไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง 100 ล้านบาท แล้วธนาคารนั้นเกิดมีวิกฤติประสบปัญหาอย่างหนักจนไม่สามารถหาเงินมาคืนเราได้ จำนวนเงินที่เราจะรับจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะลดลงเหลือเพียงแค่ 5 ล้านบาทเท่านั้น แถมในเดือนสิงหาคมปีหน้าการคุ้มครองจะลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทอีกด้วย

 

ส่วนพายุลูกสุดท้ายก็คือ การกลับทิศของ “อัตราดอกเบี้ย” จาก “ขาขึ้นกลายเป็นขาลง” หากจำกันได้ในปีที่แล้ว ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแบบรัวๆ และส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 – 3 ครั้งในปีนี้ แต่ถึงต้นปีกลับลำเปลี่ยนท่าทีใหม่ ส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย ตามมาด้วยการลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า อันเป็นศึกหนักระหว่างสหรัฐฯและจีน ซึ่งส่งแรงกระเพื่อมถึงอีกหลายประเทศ ทำให้ต้องลดดอกเบี้ยลงตาม เช่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย เป็นต้น และในบ้านเราก็เช่นกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ “แบงค์ชาติ” ตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากการส่งออกและท่องเที่ยวชะลอตัวอย่างหนักจากปีก่อนหน้า โดยอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่ 1.50% นั้น ถือได้ว่าอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 14 ปี ซึ่งช่วงดังกล่าวดอกเบี้ยของไทยเคยลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1.25% ในเดือนเมษายน 2552 ตามภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกอันเป็นผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่รู้จักกันในนาม “วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์” นั่นเอง

 

ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2562

 

อ้าว! เจอปัญหาแบบนี้แล้วทำยังไงกันดี? อย่าเพิ่งปวดหัวครับ ไม่ได้มาแหย่ให้อยากแล้วจากไป TMB Advisory ต้องมีคำแนะนำช่วยชี้ทางออกในการลงทุน เพื่อลดผลกระทบ “Perfect Storm” ทั้ง 3 ลูกกันแน่นอน ซึ่งทางเลือกเพื่อลดผลกระทบเรื่องกฎหมายการเก็บภาษีรายได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมนั้น ลองไปอ่านกันในบทความที่ตีพิมพ์ไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนในจุดนี้เราจะเน้นทางเลือกในการลงทุนยุคดอกเบี้ยขาลงเป็นหลัก

 

TMB Advisory มองว่าการลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (Property Funds) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) รวมถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Funds) นั้น มีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่สามารถยอมรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้ โดยที่ผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนในกองทุนประเภทนี้คือ “เงินปันผล” ในระดับที่ค่อนข้างน่าสนใจเมื่อเทียบกับการลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาด้วยก็ตาม เนื่องจากทรัพย์สินที่กองทุนไปลงทุนนั้น มักให้ผลตอบแทนในรูปของกระแสเงินสดที่มาจากเงินปันผลที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ดังนั้น การคาดหวังผลตอบแทนเป็นเงินปันผลจึงเหมาะสมกว่าการคาดหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา ซึ่งเกิดจากความต้องการซื้อ – ขาย ของผู้ลงทุนในขณะใดขณะหนึ่ง

 

หลายคนอาจมองว่าราคาของกองทุนประเภทนี้ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างเยอะแล้วตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนั่นก็จริง โดยหากดูผลตอบแทนที่ได้จากกองทุนประเภทนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 10% นับจากต้นปี แต่ในช่วงที่สภาวะดอกเบี้ยมีโอกาสปรับลดลงได้อีกในอนาคต ยังทำให้การลงทุนในกองทุนประเภทนี้มีความน่าสนใจ อันจะเห็นได้ว่าอัตราเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นสูงกว่าดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยในระดับที่น่าสนใจ และหากดูที่ผลต่างระหว่างเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของไทย พบว่ายังคงอยู่ในระดับที่มากกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง

 

ที่มา: Bloomberg
ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2562

 

แม้การลงทุนมีความเสี่ยง แต่เราไม่ควรซ่อนตัวจากการลงทุน วิธีป้องกันคือต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และสำหรับคนที่ไม่เคยรู้เรื่องการลงทุนเลย ผู้ให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลที่ดีจึงมีความสำคัญ ซึ่ง TMB Advisory ได้ชี้ทางออกการลงทุนในยุคที่ผู้ลงทุนต้องเผชิญกับ “Perfect Storm” ของเงินฝากและกองทุนตราสารหนี้ไปแล้ว ใครรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้ และสนใจเรื่องการลงทุนสามารถขอคำปรึกษา และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tmbbank.com/tmbadvisory หรือ โทร.TMB Investment Line 1558#9

 

เขียนโดย TMB Advisory ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2562