TMB

ซื้อ LTF โค้งสุดท้าย ทำไมถึงคุ้มเกินคุ้ม ?

 

 

 

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี 2562 กันแล้ว และยังเป็นโอกาสท้ายสุดที่จะได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับกองทุน LTF (Long Term Equity Fund) ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป LTF จะลดหย่อนภาษีไม่ได้แล้ว

คำถามคือ ถ้าเราซื้อ LTF ในช่วงปลายปีแบบนี้ จะยังคุ้มอยู่ไหม ? เพราะมักได้ยินกันว่า "ซื้อ LTF ปลายปี มักได้ราคาแพงกว่าต้นปีหรือกลางปี" TMB Advisory ขอตอบเลยว่าซื้อได้ และที่สำคัญการซื้อ LTF ในเดือนธันวาคมยังมีข้อดีที่หลายคนมองข้าม อีกด้วย เพราะอะไรนั้น มาดูกัน

TMB Advisory มีข้อดีและประเด็นที่น่าสนใจในการซื้อ LTF โค้งสุดท้ายในเดือนธันวาคม ที่หลายคนอาจมองข้าม มีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

 

1. รู้รายได้ที่แน่นอนก่อนคำนวณภาษี

การซื้อ LTF เพื่อลดหย่อนภาษี กำหนดให้ซื้อได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้สุทธิ และต้องไม่เกิน 500,000 บาท ดังนั้น ในช่วงปลายปีเราจะเริ่มรู้รายได้ทั้งปีที่แน่นอน ทำให้สามารถวางแผนประหยัดภาษีง่ายขึ้น และซื้อ LTF ได้ในจำนวนที่เหมาะสมและคุ้มค่า แต่หากประมาณการรายได้ผิดและซื้อเกินสิทธิลดหย่อนภาษีก็จะต้องถือครองส่วนเกินนั้นให้ครบอายุ 7 ปีปฏิทินเช่นกัน เพราะถ้าขาย LTF ส่วนที่เกินสิทธิ์ออกมาก่อน ก็จะถือว่าผิดเงื่อนไขทันที ซึ่งจะเกิดความยุ่งยากตามมามากมาย

เช่น ถ้าคำนวณแล้วฐานเงินได้เราสามารถซื้อ LTF ลดหย่อนภาษีได้ 150,000 บาท แต่กลับซื้อไป 200,000 บาท เพราะฉะนั้น เงินส่วนที่ซื้อเกินมา 50,000 บาทจะนำไปลดหย่อนภาษีไม่ได้ และเมื่อถึงเวลาขายหน่วยลงทุนถ้าขายก่อนครบกำหนดยังต้องนำกำไรส่วนนั้นไปคำนวณรวมกับเงินได้เพื่อเสียภาษีอีกด้วย

หลายคนจึงมักรอให้ถึงเดือนธันวาคม ค่อยวางแผนซื้อ LTF เนื่องจากวางแผนง่ายกว่า ซึ่งตอบโจทย์ทั้งมนุษย์เงินเดือนที่รู้แล้วว่าจะได้เงินโบนัสเท่าไหร่ หรือกลุ่มฟรีแลนซ์-ทำธุรกิจส่วนตัวที่ทราบรายได้ตลอดทั้งปีของตัวเองชัดเจนแล้ว

2. LTF เดือนธันวาคม ไม่ได้แพงอย่างที่คิด

เป็นความเชื่อที่อยู่คู่นักลงทุนไทยมาโดยตลอดว่าการซื้อ LTF ในเดือนธันวาคม มักจะได้ราคาแพงกว่าเดือนอื่น เพราะคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ Window Dressing ในช่วงสิ้นไตรมาสหรือสิ้นปี

“Window Dressing คือ กลยุทธ์ที่นักลงทุนสถาบันอาจปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนเพื่อทำให้ตัวเลขผลประกอบการออกมาดูดี ซึ่งมักส่งผลให้ตลาดหุ้นดีดตัวสูงขึ้น รวมถึง LTF ที่แพงขึ้นตามด้วยนั่นเอง”

แล้วความเชื่อเรื่องนี้ เป็นจริงแค่ไหน ? ทาง TMB Advisory ได้รวบรวมสถิติหุ้นไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

(ปี 2552 – 2561) มาเทียบให้เห็นชัด ๆ

 

พบว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มี 5 ครั้งที่ตลาดหุ้นเดือนธันวาคมปรับสูงขึ้นแพงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนอื่น ๆ ได้แก่ ปี 2552, 2554, 2555, 2559, 2560 และมี 5 ครั้งเช่นกันที่หุ้นเดือนธันวาคมถูกกว่าเดือนอื่น ๆ ได้แก่ ปี 2553, 2556, 2557, 2558, 2561

จากข้อมูลข้างต้นคงพูดได้ว่าเหตุการณ์ Window Dressing เป็นเพียงความคาดหวังของตลาดเท่านั้น อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ ที่สำคัญยังทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าหุ้นไทย และ LTF ในเดือนธันวาคม ไม่ได้ “ถูก หรือ แพง” กว่าเดือนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น ใครยังไม่ได้ซื้อ หรือรอจังหวะลงทุนอยู่วางแผนซื้อ LTF ตั้งแต่วันนี้…ก็ยังไม่ช้าเกินไป

LTF ลดหย่อนภาษีปีสุดท้าย ยังน่าสนใจอยู่ไหม?

ใครยังกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่มั่นใจกับการลงทุน LTF ในปีนี้ เรื่องนี้ต้องขออธิบายว่าความน่าสนใจของกองทุน LTF ยังมีเหมือนเดิม แม้จะเป็นปีสุดท้ายที่ได้ลดหย่อนภาษีก็ตาม นั่นเพราะ “LTF ซื้อปีไหนก็ได้ลดหย่อนภาษีปีนั้น” แปลว่าถ้าคุณมีรายได้อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีอยู่แล้ว และต้องการลงทุนในตลาดหุ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น แทบไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะมองข้ามตัวช่วยชั้นดีอย่าง LTF และควรต้องคว้าโอกาสปีสุดท้ายนี้เอาไว้

เพราะปีหน้ากองทุนใหม่ที่จะมาแทน LTF คือ SSF (Super Saving Fund) ต้องถือนานถึง 10 ปี และลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (เมื่อรวมกับ RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กบข. ต้องไม่เกิน 500,000 บาท) เทียบกับ LTF ที่ถือสั้นกว่าที่ 7 ปีปฏิทิน และสิทธิลดหย่อนภาษีไม่ถูกนำไปรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ

อีกหนึ่งเหตุผลคือกองทุน LTF ไม่ได้หายไปไหน ยังเติบโตทำกำไรได้เหมือนเดิม เงินทั้งหมดในกองทุนก็ยังถูกบริหารต่อโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ จึงไม่ต้องกังวลว่าเสน่ห์ของ LTF ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสทำผลตอบแทนระดับสูงจะหายไป

ซื้อ LTF ยังไงให้คุ้มเกินคุ้ม

สุดท้ายหากใครไม่อยากพลาดโอกาสซื้อ LTF ในช่วงโค้งสุดท้ายแบบที่ได้ประโยชน์คุ้มเกินคุ้ม ทั้งการประหยัดภาษี และโอกาสรับผลตอบแทนที่คุ้มค่า การมีที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญที่ดีอย่าง TMB Advisory จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น

เนื่องด้วย TMB Advisory มีบริการที่ตอบโจทย์นักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา แนะแนวการลงทุน ตามความเสี่ยงของแต่ละบุคคลว่าเหมาะกับการลงทุนในรูปแบบไหน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ได้รับผลตอบแทนที่เราคาดหวัง และที่สำคัญ TMB Advisory ได้คัดกองทุนตัวท็อปทั้ง LTF/RMF จากหลายบลจ.ชั้นนำไว้ให้แล้วในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น บลจ. อเบอร์ดีน บลจ. แมนูไลฟ์ บลจ. ธนชาต บลจ.ทหารไทย และ บลจ.ยูโอบี ช่วยให้ลดหย่อนเวลาเดินทางไม่ต้องไปซื้อหลายที่ และที่สำคัญสามารถซื้อผ่าน TMB TOUCH และรูดซื้อง่ายๆผ่านบัตรเครดิต TMB ได้อีกด้วย

โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดกองทุน TOP 10 LTF ผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังยอดเยี่ยม โดย Morningstar เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว และลดหย่อนภาษีได้อย่างสบายใจ ได้ที่ https://www.tmbbank.com/tmbadvisory/investment_insight/hot_update/tmb-ที่เดียวครบ-top-10-ltfrmf

 

สนใจขอคำปรึกษาการลงทุนกับ TMB Advisory ได้ในช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  • TMB Advisory Room ณ สาขาที่ให้บริการ
  • โทร. ผ่าน TMB Investment Line 1558 กด #9
  • Line @TMBadvisory
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tmbbank.com/tmbadvisory/

Ref. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (http://bit.ly/37CZpMG)

เขียนโดย TMB Advisory

ข้อมูล ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2019

 


การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้ เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ TMB ทุกสาขา


สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ