TMB

ลงทุนอะไรได้ 2 เด้ง + เร่งมือเข้าอย่าได้ช้า

 

          ลมหนาวเริ่มมาเยือน เปรียบเสมือนแรงกระตุ้น คนไทยมักเลิกว้าวุ่นและอิ่มเอิบใจกับช่วงเวลาสุดท้ายของปีที่จะได้หยุดพัก ชาร์ตพลังงานเพื่อต่อสู้กับชะตากรรมต่อไป แต่เดี๋ยวก่อน แม้ว่าร่างกายเราอยากหยุดพัก แต่...สิ่งหนึ่งที่ทุกท่านไม่อยากให้หยุดพักนั่นก็คือ “เงิน” แก้วสารพัดนึกที่สามารถสร้างอนาคตให้เราได้ย่อมเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเสียและอยากให้มันงอกเงยขึ้นมาเรื่อย ๆ ยิ่งมากยิ่งดี ซึ่งในปัจจุบันมีหลายหลากวิธีที่สามารถสร้างเงินให้งอกเงยได้ แต่ในที่นี้ เราขอนำเสนอช่องทางหนึ่งที่ไม่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมและเปรียบเสมือนได้ประโยชน์ 2 เด้ง+(พลัส) นั่นก็คือ “การลงทุนในกองทุนรวม(ที่ไม่ธรรมดา)”

 

          โดยปกติ ทุกท่านก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายๆ อยู่แล้ว เช่น การลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่น TOUCH เป็นต้น แต่จากที่เราย้ำไปแล้วว่าลมหนาวมาสะเทือนหัวใจให้คิดถึงปลายปี ซึ่งปลายปีก็ต้องคิดข้ามช็อตไปถึง “การจ่ายภาษี” ในปีหน้า ภาษีเป็นภาระหน้าที่ของทุกคนที่ต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณรู้มั้ยว่าเรามีอีกทางเลือกหนึ่งเพิ่มเติมที่สามารถลดหย่อนมันได้นอกจากการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF (Retirement Mutual Fund) ตามที่ทุกท่านคุ้นเคยดี นั่นก็คือการลงทุนในกองทุนรวมที่เรียกว่า “กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Saving Fund)” หรือที่เรียกกันว่า “SSF” นั่นเอง คำว่า SSF นั้นกลายมาเป็นคำพูดที่ติดหูคนไทยโดยเฉพาะหลังจากที่กองทุน LTF ได้จบสิ้นยุคสมัยไป แต่การออมของคนไทยยังไม่จบสิ้นและเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่สามารถออมเงินผ่านกองทุน SSF ซึ่งเป็นกองทุนที่ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด เนื่องจากคุณจะได้ประโยชน์ถึง 2 เด้ง+ โดยเด้งแรกคือ “ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว” ที่มีโอกาสสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริง (อัตราเงินฝากหักด้วยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป) และเด้งที่สองคือ “สิทธิในการลดหย่อนภาษี” ทั้งนี้ หากดูอย่างผิวเผิน กองทุนประเภท SSF นั้นอาจเหมือนกับกองทุนประเภท LTF แต่สิ่งที่แตกต่างกันและทำให้กองทุน SSF มีความเจิดจรัสมากกว่านั้นก็คือ “ทางเลือกในการลงทุน” หรือที่ในบทความนี้เราเรียกว่า “พลัส” นั่นเอง

 

 

พลังของ “พลัส (ทางเลือกในการลงทุน)” สำคัญยังไง

          ที่ผ่านมาการลงทุนในกองทุน LTF แม้ว่าผู้ลงทุนจะได้สิทธิในการลดหย่อนทางภาษีเช่นกัน แต่จุดที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ กองทุน LTF ลงทุนเฉพาะในหุ้นไทยเท่านั้น ซึ่งเปรียบเสมือนการใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว ขณะที่กองทุน SSF สามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หรือกระทั่งพันธบัตร เป็นต้น ทำให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการตัดสินใจลงทุนมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำต่างๆ มีการออกกองทุน SSF หลากหลายประเภท ดังนั้น ผู้ลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบสับเปลี่ยนจากกองทุนที่ราคาปรับขึ้นมากมายังกองทุนที่ราคายังไม่วิ่ง (Fund Rotation) ได้ หรือนำกองทุน SSF ที่ลงทุนในสินทรัพย์แตกต่างกันนำมาจัดพอร์ตการลงทุนระยะยาวด้วยตัวเองได้เลย ซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่าการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) นั่นเอง คำว่า Asset Allocation นั้นเป็นเรื่องคลาสสิคที่ยังคงใช้ได้เสมอโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวนดังเช่นในปีนี้ที่จะเห็นว่าการลงทุนในตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงแห่งเดียวอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุนอย่างมากได้ ดังเช่น ตลาดหุ้นไทยเองก็ถือว่าอยู่ในช่วงที่ลำบากพอควรจากความไม่แน่นอนในเรื่อง ต่าง ๆ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ยังไม่จางหายทำให้ผู้ลงทุนในกองทุน LTF ต่างพากันใจหายพอสมควรเลยทีเดียว ขณะที่การลงทุนใน SSF นั้นผู้ลงทุนสามารถสับเปลี่ยนการลงทุนไปยังกองทุน SSF อื่นได้ (เริ่มต้น ม.ค. 64 ) ตัวอย่างเช่น หากสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยไม่ดี ผู้ลงทุนสามารถสับเปลี่ยนจากกองทุนหุ้นไทย (UOBEQ-SSF) ไปยังกองทุนหุ้นต่างประเทศ เช่น กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ควอลิตี้ โกรท ฟันด์ – หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (UOBGQG-SSF) ได้ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถทำกำไรจากการลงทุนหรือจำกัดผลการขาดทุนด้วยตัวเองได้อีกด้วยโดยที่ไม่เสียสิทธิในการลดหย่อนภาษี

 

นอกจากนี้ การลงทุนในกองทุนต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อาจสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนใน SET Index ได้ ดังจะเห็นได้จากการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนดัชนีต่างๆ ว่าการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นบางประเทศ เช่น สหรัฐฯ สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าดัชนี SET Index เสียอีก หรือหากผู้ลงทุนกังวลเรื่องความเสี่ยงอาจเลือกลงทุนในกองทุนที่ผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีตลาดหุ้นโลก เช่น MSCI World หรือ MSCI All Country World Index ได้ ซึ่งตัวดัชนีเองมีการลงทุนในหลายๆ ประเทศทั่วโลกทำให้มีการกระจายความเสี่ยงไปในตัวหรือมีความผันผวนของอัตราผลตอบแทนที่น้อยกว่าการลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งโดยตรงนั่นเอง ทั้งนี้ มีนักลงทุนบางท่านที่ไม่ชอบการลงทุนในต่างประเทศเนื่องจากมีความกังวลในเรื่องการแข็งค่าของค่าเงินบาทที่อาจทำให้ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในหุ้นนั้นต้องลดทอนลงไป แต่เราจะบอกว่ากองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศของบ้านเรานั้นมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลอยู่โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน  เพราะฉะนั้นเลิกกังวลแล้วหันมาลงทุนกันเลยดีกว่า

 

 

 

 

 

หมายเหตุ
 ผู้ลงทุนต้องสอบถามเรื่องวันและเวลาจาก บลจ. ที่ท่านซื้อกองทุน SSF อีกครั้ง และหากเป็นการสับเปลี่ยนกองทุนข้าม บลจ. ผู้ลงทุนต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนด้วย
 การป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินของกองทุนมีหลายแบบตามดุลยพินิจ ทั้งแบบป้องกันบางส่วน หรือ ป้องกันเกือบทั้งหมด ผู้ที่ต้องการลงทุนต้องศึกษาหนังสือชี้ชวน หรือ Fund Fact Sheet ให้เข้าใจก่อนการลงทุนเสมอ

 

 

 

 

 

ถ้า SSF เจ๋งแบบนี้ งั้นเราก็ไม่ต้องลงทุนในกองทุนรวมปกติละสิ?

          แม้ว่ากองทุน SSF จะมหัศจรรย์แค่ไหน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถตอบโจทย์การลงทุนของทุกท่านได้เหมือนกันหมด สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนการตัดสินใจลงทุนในกองทุน SSF ก็คือ “ต้องรู้จักตัวเอง” โดยสิ่งแรกที่ท่านต้องรู้จักก็คือคำว่า “สภาพคล่อง” การลงทุนใน SSF นั้น แม้ว่าเราจะสับเปลี่ยนกองได้ แต่ท่านต้องถือครองเป็นเวลา 10 ปี (นับจากวันที่ลงทุน) จึงจะสามารถขายเป็นเงินสดได้โดยไม่ผิดเกณฑ์ของกรมสรรพากร ดังนั้น หากท่านมีภาระที่ต้องใช้จ่ายเงินอยู่เป็นประจำ หรือมีความต้องการใช้เงินก้อนในระยะเวลาอันใกล้ การลงทุนใน SSF ไม่ตอบโจทย์ท่านอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ท่านอาจเลือกลงทุนในกองทุน RMF แทนได้ หากไม่มีกองทุน SSF ที่ท่านชอบจริงๆ เนื่องจากเงื่อนไขการขายของกองทุน RMF คือต้องซื้อต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปี และถือครองเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี ดังนั้น หากท่านมีอายุ 49 ปี จะเท่ากับว่าท่านใช้เวลาเพียง 6 ปี ก็สามารถขายกองทุน RMF ได้แล้ว ซึ่งอาจตอบโจทย์เรื่องสภาพคล่องได้ดีกว่า  เรื่องต่อไปที่ต้องพิจารณาคือรายได้พึงประเมินที่จะต้องใช้คำนวณภาษีของท่าน เนื่องจากระบบการจัดเก็บภาษีของประเทศเรานั้นเป็นแบบอัตราก้าวหน้า ยิ่งท่านมีรายได้มากก็ต้องเสียภาษีมากขึ้นตามไปด้วย แต่นั่นก็จะทำให้ต้องมี Tax Shield (ประโยชน์หรือรายจ่ายซึ่งสามารถนำไปหักจากรายได้ที่ได้รับและทำให้จำนวนเงินภาษีที่จ่ายน้อยลง) เพิ่มขึ้นตาม เพื่อให้จ่ายภาษีน้อยลง ดังนั้น หากท่านเป็นผู้มีรายได้มากซึ่งต้องเสียภาษีถึงในระดับ 20% - 25% และไม่ได้มีรายได้จากการลงทุนที่ไม่ต้องเสียภาษีทางอื่น การที่ท่านได้ Tax Shield จำนวนมากก็เปรียบเสมือนเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างหนึ่งนั่นเอง เรื่องสุดท้ายและอาจสำคัญมากเป็นอับดับหนึ่งสำหรับบางท่านก็คือ “การยอมรับความผันผวนของผลตอบแทนจากการลงทุน” ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและส่งผลต่อสภาพจิตใจของคนเราซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งที่แต่ละท่านมี แม้ว่าท่านเป็นผู้มีรายได้สูงแต่ไม่สามารถที่จะทนเห็นการลดลงของเงินลงทุนได้ เช่น ดัชนีตลาดหุ้นลง 1% ก็ส่งผลให้ท่านมีความกังวล นอนไม่หลับ จนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เราก็แนะนำให้ท่านลงทุนในทางเลือกอื่นดีกว่า นั่นเพราะในโลกการลงทุนนั้นไม่มีใครถูกตลอดเวลา แม้ว่าเราจะสามารถสับเปลี่ยนกองทุนไปยังกองทุนที่มีความผันผวนน้อยอย่างกองทุนตลาดเงินได้ แต่จังหวะ “ที่ดี” ในการสับเปลี่ยนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก ตลาดหุ้นอาจปรับตัวลงมามากก่อนที่ท่านจะสับเปลี่ยนทันก็เป็นได้ ดังนั้น ท่านต้องมีการประเมินตนเองก่อนว่าท่านยอมรับที่จะเห็นตัวเลขติดลบจากการลงทุนของท่านได้หรือไม่ และท่านมีเวลาติดตามภาวะตลาดมากแค่ไหน เพราะอย่างที่เรากล่าวไปว่าการลงทุนใน SSF นั้นต้องถือครองเป็นเวลา 10 ปี หากท่านทนไม่ไหวขายก่อนกำหนดท่านก็ต้องเสียภาษีคืนย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ยซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องที่หลายๆ ท่านต้องการเป็นแน่

 

 

แล้วถ้าประเมินตัวเองแล้วว่าลงทุนใน SSF ได้สบายใจ จะลงทุนกองไหนดี?

          ในปัจจุบัน บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของบ้านเราต่างพากันทยอยออกกองทุน SSF มากันอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินทรัพย์ ผู้ลงทุนจะได้ใช้พลังของ “พลัส” ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทางธนาคารทหารไทยของเราเองก็มีผลิตภัณฑ์ SSF ให้ผู้ที่สนใจลงทุนได้เลือกอย่างหลากหลาย และไม่จำกัดแต่เป็นกองทุนของ บลจ. ทหารไทย และ บลจ. ธนชาต แต่เพียงเท่านั้น เรามีของเด็ดๆ จาก บลจ. ชั้นนำให้เลือกอย่างจุใจ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เรามีแผนการที่จะมีการนำกองทุน SSF ของ บลจ. ชั้นนำอื่นๆ มาเพิ่มเติมบนหิ้งของเราอีก อย่างไรก็ตาม กองทุน SSF ที่ซื้อผ่านทางช่องทางของเราได้ในตอนนี้นั้นก็มีแต่กอง “ทีเด็ด” ที่เราได้คัดสรรมาให้ทุกๆ ท่านแล้วเพื่อให้ท่านได้ “เลือกลดหย่อนภาษีได้ตรงใจ ตามสไตล์คุณ” โดยเรามีตัวอย่างแนะนำการเลือกกองทุน SSF ที่สอดคล้องกับข้อจำกัดการลงทุนตามอายุและสไตล์การลงทุนของท่าน ดังนี้

 

          โดยสรุป การลงทุนในกองทุน SSF นั้นมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย ไม่จำกัดแต่เพียงกองทุนหุ้นไทย อย่างไรก็ตาม TMB Advisory ขอแนะนำผู้ที่ต้องการลงทุนต้องประเมินตนเองให้ดีว่าข้อจำกัดด้านต่างๆ ของตนเหมาะสม กับการลงทุนในกอง SSF หรือไม่ และสไตล์การลงทุนของท่านต้องการกองทุนที่ไห้ผลตอบแทนแบบไหน ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้ดีเท่ากับตัวของท่านเอง ไม่ว่าอย่างไรการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอไม่มากก็น้อย ผู้สนใจลงทุนต้องทำการบ้านศึกษาลักษณะของกองทุนที่ต้องการลงทุนให้ดีเพื่อให้ตัวเรามี “ความสุขทางการเงิน” หรือที่เรียกว่า “Financial Well-Being” อย่างยั่งยืนนั่นเอง
  

"เรายังมีกองทุน SSF และ RMF อีกมากมาย แถมพ่วงด้วยโปรโมชั่นดี ๆ
ให้คุณได้เลือกลดหย่อนภาษีได้ตรงใจ...ตามสไตล์คุณ"

 

กองทุนและโปรโมชั่นเพิ่มเติม คลิก

 

 

 

 

สำหรับท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อที่

  • TMB Investment Line โทร. 1558 กด # 9 ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.30 น. (ยกเว้นวันหยุดธนาคาร)
  • หรือเข้ามาปรึกษา และรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคาร ทีเอ็มบีและธนชาต ทุกสาขา

 

ลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีแบบตรงใจได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางต่อไปนี้

  • แอป TOUCH   ลงทุนเลย
  • TMB Investment Line โทร. 1558 กด #9
  • ทีเอ็มบีและธนชาต ทุกสาขา

 

 

 

หมายเหตุ: 
•  ข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์และการคาดหมาย รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ ทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด ที่ได้รับมาและพิจารณาแล้วเห็นว่าน่าเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความถูกต้อง ความสมบูรณ์แท้จริงของข้อมูลดังกล่าว ความเห็นที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ได้มาจากการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด รายงานฉบับนี้ไม่ถือว่าเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ธนาคารทหารไทย และ ธนาคารธนชาต ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาหรือรายงานฉบับนี้ การนำไปซึ่งข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมาย ทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว
•  ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุนและข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ TMB ทุกสาขา และธนาคารธนชาต ทุกสาขา /ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / กรณีกองทุนรวมที่มีการลงทุนในต่างประเทศ และไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

 


สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ