TMB

ลงทุนในทองคำนั้นลอยลำ “จริงหรือ?”

ทองคำนั้นคือเครื่องมือกระจายความเสี่ยง (รึเปล่าเอ่ย?) 

 

ในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนส่วนใหญ่คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า “ทองคำ” เป็นสินทรัพย์หนึ่งที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนอันน่าหลงใหล

โดยเฉพาะหากเราพิจารณาผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (Year To Date) ของปีนี้แล้วจะพบว่าทองคำนั้นให้ผลตอบแทนสูงถึงประมาณ 23.65% (ณ วันที่ 28 กันยายน 2563) ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นโลก (MSCI All Country World Total Return Index)

และตลาดพันธบัตรโลก (Bloomberg Barclays Global-Aggregate Bond Total Return Index) เสียอีก 

 

 

ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่ “ทำไม” ทุกคนต่างมีความต้องการที่จะลงทุนในทองคำอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ TMB Advisory อยากให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนในทองคำตอนนี้ควรพิจารณาคือ “ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้สะท้อนถึงผลตอบแทนในอนาคต” ท่านใดที่ได้เริ่มลงทุนในทองคำตั้งแต่ต้นปี คงจะได้ผลตอบแทนที่ปลื้มปิติเป็นอย่างมาก แต่ผู้ที่ “ตกรถ” ไปแล้วและอยากเข้าซื้อทองคำเพื่อทำกำไรในราคาปัจจุบัน ท่านอาจจะต้องพิจารณาระดับความเสี่ยงของตัวท่านให้ดีว่าท่านสามารถที่จะรับผล “ขาดทุน” ได้มากน้อยเท่าใด และจะสามารถรอไปได้อีกนานแค่ไหนเพื่อที่ท่านจะสามารถเก็บเกี่ยวกำไรจากการลงทุนในทองคำของท่านในครั้งนี้ โดยนำมาเปรียบเทียบกับโอกาสที่ท่านอาจจะได้รับจากการลงทุนในกองทุนหุ้นสามัญ เนื่องจากราคาทองคำนั้นมีความผันผวนค่อนข้างสูงและใกล้เคียงกับตลาดหุ้นโลก 

นอกจากนี้ TMB Advisory อยากจะขอปรับและทำความเข้าใจกับนักลงทุนในทองคำเล็กน้อยว่า ทองคำนั้น “อาจไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยง” ของพอร์ตการลงทุนอย่างที่หลายๆ ท่านคิด หากทุกท่านลองพิจารณาข้อมูล ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ซึ่งเป็นการดูทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของการซื้อขายทองคำและตลาดหุ้นโลกย้อนหลัง (กราฟที่ 1)

กราฟที่ 1 : ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของ Gold Spot และ MSCI All country World Index
ที่มา: Bloomberg, Investment Strategist Team

 

จะเห็นว่าค่าสหสัมพันธ์ดังกล่าวเปลี่ยนเป็น “บวก” ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หรือหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประกาศทำ QE Infinity นั่นเอง ซึ่งการปล่อยสภาพคล่องของ Fed ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ มากขึ้น นอกจากนี้ การที่ Fed เองมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไปอีกเป็นเวลานานยิ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น จนเป็นแรงส่งให้ราคาทองคำซึ่งซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ (Inflation Hedging) ปรับตัวขึ้นนั่นเอง (กราฟ 2) 

กราฟที่ 2: ราคาทองคำและหุ้นโลก เคลื่อนไหวตามการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
ที่มา: Bloomberg, Investment Strategist Team

 

ดังนั้น ในภาวะที่ตลาดอยู่ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานแบบนี้ การลงทุนในทองคำอาจจะไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้เท่าที่ควรโดยจะเคลื่อนไหวไปตามตลาดหุ้นเสียมากกว่า ทั้งนี้ ในภาวะที่นักลงทุนมองว่าตลาดมีความเสี่ยงสูง (Risk Off) เป็นอย่างมากดังเช่นช่วงเดือนมีนาคมที่ตลาดเกิดภาวะ Market Dislocation นั้นเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่าพลังของการกระจายความเสี่ยงจากทองคำนั้นได้มลายหายไป ซึ่งราคาทองคำเองก็ปรับตัวลงตามตลาดหุ้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่นักลงทุนที่มีทองคำอยู่ในพอร์ตมาเป็นเวลานานแล้วอาจขายทำกำไรเพื่อถือเงินสดแทน หรือเพื่อนำเงินไปเพิ่มเติมในบัญชีมาร์จิ้นก็เป็นได้  

 

ถ้าลงทุนตอนนี้จะเป็น “แมงเม่าเฝ้ายอดดอย” ใช่มั้ย? 

คำถามสุดคลาสสิคในตอนนี้คงหนีไม่พ้นคำว่า “ซื้อทองตอนนี้ได้หรือไม่” เราก็จะให้คำตอบกันชัดๆ เลยว่า “ได้” แต่ให้ “ทยอยซื้อ” จะเป็นการดี มุมมองในระยะสั้น (1 – 3 เดือน) เราคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Up เนื่องจากตลาดการเงินโลกจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นตอบสนองต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสำคัญ แต่ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากการประกาศผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดใน Q2/63 ไปแล้ว นอกจากนี้ ไม่ว่าผู้ใดจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาตรการผ่อนคลายด้านนโยบายการเงินก็ยังคงดำเนินต่อไป หากนายไบเดนได้รับชัยชนะ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจแข็งค่าชั่วขณะได้ จากความกังวลเรื่องผลกระทบของการขึ้นภาษี แต่ในระยะยาวแล้ว ทางการของทุกประเทศย่อมต้องการให้เศรษฐกิจของตนกลับมาเติบโตเช่นเดิม ดังนั้น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการเงินและการคลังจึงต้อง “จัดเต็ม” กันต่อไปจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาสู่ระดับที่น่าพอใจ ส่งผลให้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อไปและเป็นปัจจัยที่หนุนให้ราคาทองคำยังคงทยอยปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาว 

 

แล้วถ้าอยากซื้อทองคำจะทำยังไงดี?

หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่” โลหะมีค่าอย่างเช่น ทองคำ ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง หากพูดถึงการลงทุนในทองคำ หลายๆท่านคงจะนึกถึงการไปซื้อขายทองคำที่ร้านทอง ทั้งในรูปแบบทองแท่ง และทองรูปพรรณ แต่ในความเป็นจริงนั้น นักลงทุนมีทางเลือกอื่นในการลงทุนในทองคำอีกหลากหลาย เช่น การลงทุนผ่านกองทุนรวม การลงทุนใน ETF และการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ในบทความนี้จะขอเจาะลึกไปที่การลงทุนในทองคำผ่านกองทุนรวม ที่มีข้อดีคือ เป็นวิธีการลงทุนที่สะดวก มีเงินทุนไม่มากก็สามารถลงทุนได้ และปลอดภัย ไม่ต้องเก็บรักษาทรัพย์สินเอง ลดความเสี่ยงเรื่องการสูญหาย หรือถูกโจรกรรม โดยในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างการลงทุนในทองคำผ่านกองทุนรวมจาก 2 บลจ.พันธมิตร คือ บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) และ บลจ.ธนชาต (Thanachart Fund Eastspring) ที่แม้จะเป็นการลงทุนที่อ้างอิงกับทองคำเหมือนกัน แต่ก็จะมีจุดแตกต่างกัน

 

เปรียบเทียบกองทุนทองคำ จากค่าย TMBAM Eastspring และ Thanachart Fund Eastspring

เริ่มกันที่กองทุนทองคำจากค่าย TMBAM Eastspring ที่มี 2 กองทุน คือ TMBGOLD และ TMBGOLDS ทั้งคู่มีนโยบายลงทุน ในหน่วยลงทุนของ SPDR Gold Trust (GLD) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่มีนโยบายการลงทุนในทองคำแท่ง และมีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ทั้งใน นิวยอร์ค ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ โดย TMBGOLD เลือกลงทุนในกองทุน SPDR Gold Trust ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ค และไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ส่วน TMBGOLDS ลงทุนในกองทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสิงคโปร์ และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ
ขณะที่กองทุนทองคำจากค่าย Thanachart Fund Eastspring อย่าง TGoldBullion-H และ TGoldBullion-UH เป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง มีจุดแตกต่างกัน คือ TGoldBullion-H มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (USD/THB) ส่วน TGoldBullion-UH ไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 

ลงทุนกองไหนดี?

เมื่อมาถึงตรงนี้ นักลงทุนอาจสงสัยว่า การลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง มีความแตกต่างจากการลงทุนในกองทุนที่ลงทุนผ่าน SPDR Gold Trust หรือไม่ เราจึงเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการดำเนินงานที่ผ่านมาของทั้ง 4 กองทุน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ดังปรากฏในตารางด้านล่าง

 

ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนรวมทองคำ

 
  As of YTD 3Y 6Y 1Y 3Y p.a. 5Y p.a.
TMBGOLD 28 ก.ย. 63 29.82% 8.52% 12.24% 28.01% 9.87% 6.07%
TMBGOLDS 29 ก.ย. 63 22.38% 6.09% 15.24% 22.49% 10.07% 8.08%
TGoldBullion-H 29 ก.ย. 63 23.66% 6.03% 15.72% 24.13% 11.03% 8.85%
TGoldBullion-UH 29 ก.ย. 63 30.26% 8.37% 12.07% 28.08% 10.42% 6.71%

 ที่มา: TMBAM Eastspring, Thanachart Fund Eastspring

จากตารางจะสังเกตได้ว่า กองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง (TGoldBullion-H และ TGoldBullion-UH) ไม่ได้มีผลตอบแทนจากการดำเนินงานที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับกองทุนที่ลงทุนผ่าน SPDR Gold Trust ( TMBGOLD และ TMBGOLDS) เนื่องจากในความเป็นจริงแล้ว SPDR Gold Trust ก็เข้าลงทุนในทองคำแท่งเช่นเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ผลตอบแทนจากการดำเนินงานของกองทุนแตกต่างกัน โดยหลักแล้วจะมาจากความแตกต่างในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยหากนักลงทุนไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือคาดว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ควรลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างกองทุน TGoldBullion-H ในทางกลับกัน หากคาดว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ควรลงทุนในกองที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างเช่นกองทุน TGoldBullion-UH หรือ TMBGOLD ส่วนกองทุน TMBGOLDS มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ แต่หากพิจารณาจากผลตอบแทนแล้ว พบว่ามีความใกล้เคียงกับกองทุน TGoldBullion-H ที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า

นักลงทุนอาจสงสัยอีกว่า กองทุนทองคำของ TMBAM Eastspring ที่เลือกลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน คือ นิวยอร์ค (TMBGOLD) และ สิงคโปร์ (TMBGOLDS) จะมีผลการดำเนินงานที่แตกต่างกันหรือไม่ หากไม่นับผลจากอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 2 แห่ง ไม่ได้ส่งผลต่อผลตอบแทนจากการดำเนินงานของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ จุดแตกต่างเป็นเรื่องของสภาพคล่อง ที่โดยปกติแล้วการลงทุนในตลาดนิวยอร์คจะมีสภาพคล่องที่สูงกว่า แต่การที่นิวยอร์คอยู่ใน Time Zone ที่แตกต่างจากประเทศไทยมาก ส่งผลให้การประกาศราคาและประกาศผลตอบแทนจากการดำเนินงานทำได้ช้ากว่าการลงทุนในตลาดสิงคโปร์ (ปัจจุบันช้ากว่า T+1 วัน)

 

สุดท้าย ขอสรุปรายละเอียดคร่าวๆ โดยเปรียบเทียบรายละเอียดของทั้ง 4 กองทุน ดังนี้

ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดการลงทุนในกองทุนรวมทองคำ

ชื่อย่อกองทุน TMBGOLD  TMBGOLDS TGoldBullion-H TGoldBullion-UH
นโยบายการลงทุน
การป้องกันความเสี่ยง
SPDR Gold Trust 
(New York)
ไม่ป้องกัน
SPDR Gold Trust 
(Singapore)
ดุลยพินิจ
ทองคำแท่งโดยตรง
ทั้งหมด/เกือบทั้งหมด
ทองคำแท่งโดยตรง
ไม่ป้องกัน
ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหน่วยลงทุน
ค่าธรรมเนียมการขาย
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน
ไม่มี
ไม่มี
ไม่มี
ไม่มี
0.107%
0.268%
0.107%
0.268%
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายกองทุน (รวมคำนวณใน NAV)

ค่าธรรมเนียมการจัดการ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

รวม

1.10%

 

1.2196%

1.177%

 

1.3161%

0.59%

 

0.788%

0.59%

 

0.789%

ที่มา: TMBAM Eastspring, Thanachart Fund Eastspring

 

TMB Advisory หวังว่าข้อมูลข้างต้นจะเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจลงทุนได้บ้างไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ก่อนลงทุนนักลงทุนควรพิจารณาเกี่ยวกับ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายกองทุน รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่น ช่วงเวลาในการซื้อขาย จำนวนเงินขั้นต่ำในการลงทุน ฯลฯ สำหรับนักลงทุนท่านใดสนใจการลงทุน หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ TMB ทุกสาขา หรือ TMB Investment Line โทร. 1558 กด #9 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9:00 – 17:30 น.

 

 

หมายเหตุ: 
•    ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต /ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน /กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวน โดยเฉพาะนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน /ผู้ลงทุนสามารถรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ TMB ทุกสาขา
•    ข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์และการคาดหมาย รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ ทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด ที่ได้รับมาและพิจารณาแล้วเห็นว่าน่าเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความถูกต้อง ความสมบูรณ์แท้จริงของข้อมูลดังกล่าว ความเห็นที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ได้มาจากการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด รายงานฉบับนี้ไม่ถือว่าเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์และจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น มิให้นำไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชน หรือโดยทางอื่นใด ธนาคารทหารไทยไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาหรือรายงานฉบับนี้ การนำไปซึ่งข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมาย ทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว

 


สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ