TMB

เงินหมื่นสู่เงินล้านด้วยการลงทุนในกองทุนเทคโนโลยี กรณีศึกษาหุ้นเทคโนโลยี
และกองทุน T-ES-GTECH

 

 

 

ผมเชื่อว่า 99% ของคนที่เข้ามาลงทุนไม่ว่าจะในหุ้นหรือกองทุนย่อมต้องการผลตอบแทนที่เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักลงทุนส่วนใหญ่ คือแน่นอนต้องให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก สูงกว่าเงินเฟ้อ และถ้าเป็นไปได้ควรทำผลตอบแทนได้ 5-10% ระยะยาวต่อเนื่องทบต้นไปหลายปี

 

ข้อมูลผลตอบแทนเฉลี่ยของนักลงทุนในสหรัฐฯ
ที่มา https://www.fool.com/investing/general/2015/11/01/the-average-americans-investment-returns-and-how-y.aspx
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2015

 

หลายคนพยายามหาวิธีที่ซับซ้อน โดยใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์บ้าง ใช้หลักการทางเทคนิคบ้าง หรือแม้แต่ใช้ไสยศาสตร์ !!! แต่ในความเป็นจริงนั้น หลายๆครั้งวิธีบ้านๆอย่างการใช้เหตุผลและการใช้คอมมอนเซนส์กลับได้ผลดีกว่าการทำอะไรที่มันซับซ้อน การลงทุนในบริษัทที่ทำสินค้าที่เป็นที่นิยมและอยู่ในเทรนด์คือหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการลงทุน และให้ผลตอบแทนดีไม่น้อย !

ขอยกตัวอย่างหุ้นตัวหนึ่งที่ผมเชื่อว่าทุกคนก็รู้ว่ามันดี ทุกคนก็รู้ว่าหุ้นตัวนี้ทำกำไร ทั้งตัวคุณและคนรอบตัวต่างก็ใช้สินค้าของหุ้นตัวนี้ แต่กลับมีน้อยคนนักที่คิด “ลงทุน” ในหุ้นตัวนี้ หุ้นที่ผมกำลังพูดถึงคือหุ้น AAPL หรือหุ้น Apple

 

12 ปีแห่งความมหัศจรรย์ของหุ้น AAPL

ถ้าคุณลงทุนในหุ้น AAPL เพียงปีละ 20,000 บาท (จำนวนเงินพอๆกับราคา iPhone สมัยนั้น) ในปี 2007 และเพิ่มเงินลงทุนต่อเนื่องปีละ 20,000 บาทต่อเนื่องทุกปี ณ.ปลายปี 2019 คุณจะมีเงิน 1,512,040 บาท* แบ่งเป็นเงินต้นทุนที่ซื้อหุ้น 259,974 บาท กำไร 1,252,066 บาท (กำไรระดับนี้ยังไม่นับรวมปันผล)

*สมมติฐาน: ซื้อหุ้น AAPL ที่ราคาปิดวันสุดท้ายของปี 2007 โดยจำลองอัตราแลกเปลี่ยนที่ 33 บาท โดยไม่นับรวมปันผล

การลงทุนที่ถูกเทรนด์สามารถทำให้ ...
ลงทุน “หลักหมื่น” ต่อปี
มีต้นทุนรวมหลักแสน
แต่มีกำไร “หลักล้าน” !

และแม้จะเจอกับวิกฤต การลงทุน “ต่อเนื่อง” ในเทรนด์ที่ “ถูกต้อง” จะช่วยให้ผลตอบแทนของคุณกลับมาเติบโตได้ในที่สุด (สังเกตว่าผมเลือกจำลองการลงทุนในหุ้น AAPL ตอนปลายปี 2007 ก่อนจะเกิดวิกฤต 2008)