TMB

LTF - RMF ตัวท็อปกับ “สถิติ” ที่หลายคนมองข้าม

 

 

 

ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จะซื้อ LTF แล้วได้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่ก็มีหลายประเด็นที่หลายๆคนอาจจะเข้าใจผิด

ผมจึงอยากจะช่วยให้กระจ่างว่าจริงๆแล้ว LTF ปีนี้ยังซื้อได้ปกติ ปีหน้าและปีถัดๆไปก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่ได้หายไปไหน แค่มีบางเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากประเด็นนี้แล้วผมเองก็เป็นคนที่จะซื้อ LTF ปีนี้เต็มโควตา เพราะผมเห็นสถิติบางอย่างของ LTF ในอดีต ที่บอกเลยว่าน่าสนใจและอยากจะนำมาตีแผ่ให้เพื่อนๆได้รู้กันครับ

 

1.
เรื่องใหญ่เมื่อต้นปีนี้คือข่าวลือที่ว่า LTF จะลดภาษีได้เป็นปีสุดท้าย ปีหน้าไม่สามารถใช้สิทธิลดภาษีได้อีกแล้ว ทำเอามนุษย์เงินเดือนผู้มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีสับสนและงุนงงกันไม่น้อย เพราะคิดว่าปีหน้าจะไม่มีกอง LTF แล้ว !!! แบบหายไปเลยอะไรงี้

แต่ความจริงคือ LTF ยังมีอยู่เพียงแต่เอาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่ได้แล้วแค่นั้นเอง ที่เหลือเหมือนเดิมทั้งหมด ถือครบกำหนด 7 ปีขายได้ตามปกติ กองทุนไม่ได้ปิดหนีหายไปไหน ส่วนต่อไปจะมีกองทุนอะไรมาให้ใช้สิทธิลดภาษีแทน LTF เป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องติดตามกันนะครับ (คือมันยังไม่คอนเฟิร์มตอนนี้รอกันไปก่อนนนน)

 

2.
แต่ตอนนี้ปลายปีแล้วเป็นฤดูการแห่งการซื้อ LTF-RMF ของมหาชนคนไทยผู้มีความมั่งคั่งทุกคน สาเหตุที่ซื้อ LTF-RMF ส่วนใหญ่ของคนไทยก็คือการ “ประหยัดภาษี” นั่นเอง ยิ่งต้องจ่ายภาษีมากยิ่งประหยัดมาก

ปัจจัยนี้ทำให้คนที่จะซื้อ LTF-RMF นั้นมักมุ่งเน้นไปที่การประหยัดภาษีเป็นหลัก โดยหลายๆครั้งมองข้ามว่า LTF-RMF ก็ถือเป็นการลงทุนแขนงหนึ่งที่มีประโยชน์มากกว่าแค่ประหยัดภาษี

 

3.
ก่อนเข้าเรื่องกองทุน LTF-RMF ตัวท็อปขอพูดถึงเรื่องการซื้อกองทุน LTF-RMF ตัวท็อปของแต่ละที่มักจะหนีไม่พ้นความวุ่นวายของ การเปิดบัญชีแยกกันในแต่ละธนาคารหรือ
แต่ละบลจ. ถ้าซื้อปีนี้เลยคุณต้องเปิดบัญชีมากถึง 7-8 บลจ.ถึงจะซื้อกอง Top 10 LTF ได้ (นี่ยังไม่นับรวม RMF)

 

แต่ตอนนี้การจะซื้อเฉพาะกอง LTF-RMF ที่เป็นตัวท็อปนั้นง่ายขึ้นเยอะเพราะมีบริการของ TMB Advisory ที่ช่วยให้ซื้อกองทุน LTF-RMF ตัวท็อปของแต่ละบลจ.ได้ง่ายๆ ครบใน
ที่เดียว กองเด่น บลจ.ดังรวมไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น UOB-LTF, CG-LTF และ MS-CORE LTF เป็นต้น ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องไปเสียกับงานที่ไม่ควรจะต้องไปนั่งเสียเวลา

 

4.
จากข้อมูลของ Morning Star เชื่อไหมว่า LTF ในตลาดมีทั้งหมด 90 กองมี 49 กองที่เปิดมาแล้วเกิน 10 ปี 47 กองของ 49 กองนั้น ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีได้ 6% ขึ้นไป
นั่นหมายความว่าถ้า 10 ปี ก่อนคุณปาเป้าเลือก LTF โดยไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย โอกาสที่คุณจะได้ผลตอบแทนมากกว่า 6% ต่อปีขึ้นไป อยู่ที่ 96% 10 ปีที่ผ่านมาใครซื้อ LTF แทบจะกำไรกันถ้วนหน้า ซึ่งผลตอบแทน 6% ต่อปีนี้สูงกว่าการเอาเงินไปฝากออมทรัพย์ถึง 12 เท่า

 

หรือถ้าถือ 5 ปีแบบขายเร็วที่สุดก็ยังมีโอกาส 40-50% ที่จะได้ผลตอบแทน 3% ขึ้นไปสูงกว่าออมทรัพย์อยู่ดี (แต่ในความเป็นจริงคือกำไรมากกว่านี้ถ้ารวมเงินประหยัดภาษีเข้าไปด้วย) ใน 52 กองมีเพียง 4 กองที่ให้ผลตอบแทนติดลบ

 

5.
LTF ตัวที่ให้ผลตอบแทน 10 ปีสูงสุดคือกองทุนเปิดบรรษัทภิบาล หุ้นระยะยาว หรือ CG-LTF กองนี้ให้ผลตอบแทน 13.2% นโยบายการลงทุนของกองไม่ได้ซับซ้อนแต่กลับเป็นอะไรที่เรียบง่ายมากๆคือ เลือกบริษัทที่มีนโยบายการบริหารที่ตรงไปตรงมาตามหลักของบรรษัทภิบาล คนดีทำอะไรก็ได้ดีรวมไปถึงการบริหารบริษัทสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุน

 

6.
LTF หลายกองมีนโยบายจ่ายปันผล ถ้าคิดดูดีๆนั่นหมายความว่าคุณจะได้ “เงินบางส่วน” ที่คุณลงทุนไปคืนก่อนกำหนด 7 ปีปฏิทิน ดังนั้นการซื้อ LTF จึงไม่ใช่การถือลงทุน 7 ปี
ทั้ง 100% ในกรณีของกองทุนที่มีการปันผล ในขณะที่สิทธิการลดหย่อนภาษีของคุณยังได้รับเต็มตามโควตาของคุณ นี่คือข้อดีของกอง LTF ปันผลที่คนมักจะมองข้าม

 

7.
ตลาดหุ้น SET ของไทยไม่เคยลดราคาให้ใคร ถ้าไม่ใช่ช่วงที่เกิดการปรับฐานหรือวิกฤต รู้หรือไม่ว่าการซื้อหุ้นในตลาดหุ้นไทยแบบลดราคา 5-35% นั้นทำได้ทุกปี เป็นเอกสิทธิเฉพาะสำหรับคนที่มีการจ่ายภาษีเงินได้เท่านั้น เพราะได้ส่วนลดราคาหุ้นในรูปแบบของการคืนภาษี สิทธิพิเศษนี้ถ้านับมูลค่าเป็นจำนวนเงินถือว่าโหดกว่าบัตรเครดิตทุกใบในตลาดตอนนี้

 

8.
RMF ที่หลายคนไม่นิยม มักเป็นตัวเลือกท้ายๆเพราะต้องถือนาน และมีความเสี่ยง แท้จริงแล้วเป็นเครื่องมือบริหารเงินลงทุนชั้นยอด ตัวผมเองซื้อกอง RMF ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ
ความเสี่ยงต่ำไว้ในช่วงตลาดกำลังร้อนแรง และสลับไปเข้า RMF ของหุ้นในช่วงเวลาปรับฐาน ซื้อของในราคาถูกโอกาสที่จะทำกำไรได้ก็มีสูงขึ้น

 

9.
โดยเฉลี่ยแล้วตลาดหุ้นมักจะเกิดวิกฤตทุกๆ 8-12 ปี โดยแต่ละครั้งราคาดัชนีลดลงประมาณ 30-60% การมีกอง RMF ที่อยู่ในตราสารหนี้เสี่ยงต่ำ สวนทางกับความผันผวนของหุ้น
ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตถือเป็นเครื่องมือในการคว้าโอกาสทองของแต่ละทศวรรษเลยทีเดียว RMF จึงเป็นเครื่องมือที่ผมชอบที่สุดแล้วในจำนวนเครื่องมือทั้งหมดในการประหยัดภาษี เพราะถ้าเข้าใจหลักการและใช้ถูกวิธี จะสามารถสร้างผลตอบแทนสูงๆชนิดที่ว่าเปลี่ยนชีวิตกันได้เลย

 

10.
การลงทุนไม่ได้หมายความว่าต้องเสี่ยงมากเสมอไป RMF แบบเสี่ยงโคตรน้อย เช่นกองทุน TMBBFRMF ซึ่งเป็นกองทุน RMF ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากออมทรัพย์ แต่มีความผันผวนน้อย ถือ 6 เดือน – 1 ปีขึ้นไป โอกาสขาดทุนน้อยมาก แถมซื้อปุ๊ปประหยัดภาษีปั๊ป 5-35% ตามฐานภาษีแต่ละคน

 

11.
RMF มีข้อเสียที่คนพูดบ่อยๆทำให้ไม่อยากซื้อคือขายได้ตอนอายุ 55 ปี แต่ผมเห็นหลายคนก็ฝากออมทรัพย์ได้ถึงอายุ 55 ปีได้ ถ้าจะถือ RMF ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าออมทรัพย์
ถึงอายุ 55 ปีบ้าง ก็เป็นเรื่องที่น่าพิจารณา

 

12.
เสียดายที่เหมือนปีนี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นปีสุดท้ายของ LTF โครงการต่อไปจะเป็นแบบไหนก็ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจน สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำในปีนี้คือซื้อ LTF-RMF ให้เต็มโควตาของผม สำหรับตัวผมเอง LTF-RMF ไม่ใช่แค่เครื่องมือประหยัดภาษี แต่ยังเป็นเครื่องสร้างโอกาสในการลงทุนเปลี่ยนชีวิตแบบกรณี RMF ที่ผมเล่าให้ฟัง เป็นสิทธิพิเศษซื้อหุ้นแบบลดราคาที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมี เป็นผลตอบแทนที่พิสูจน์จากอดีตแล้วว่าทำผลตอบแทนเกิน 6% ต่อปีได้ไม่ยากนัก

 

13.
พอมี TMB Advisory มาช่วยแล้วแล้วการจะหากอง LTF-RMF ตัวท็อปซัก 3-5 กอง แล้วซื้อเข้าพอร์ตในที่เดียวไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป นี่ก็กำลังจะปลายปีแล้วใครยังไม่ซื้อต้องรีบตัดสินใจได้แล้วนะครับ

 

แม้ภาษีที่ต้องจ่ายของแต่ละคนมีความมาก-น้อยไม่เท่ากัน สำหรับบางคนอาจเป็นเงินหลักพัน สำหรับบางคนอาจเป็นเงินหลักหมื่นหลักแสน เรียกว่าจ่ายภาษีทีทริปยุโรปหายไป 1 ทริป วีออสหายไปครึ่งคัน การรู้จักใช้เครื่องมืออย่าง LTF-RMF เข้ามาช่วยบริหารภาษี จะเงินน้อย เงินมากอาจไม่สำคัญ เท่ากับเงินนั้นเป็นของใคร คืนมาเป็นของเราหรือไม่? ถ้าได้คืนก็คงดีต่อใจไม่น้อยจริงไหมครับ?

 

ด้วยความปรารถนาดีไม่อยากให้ใครต้องจ่ายภาษีแพงๆ
Buffettcode feat. TMB Advisory

 


การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ TMB ทุกสาขา
หมายเหตุ : ข้อมูลจากบทความในเพจ Buffettcode วันที่ 12 พ.ย.62 ทั้งนี้ บทความนี้เป็นข้อมูล สำหรับเผยแพร่ทั่วไป โดยบทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในเนื้อหาของบทความดังกล่าว จึงต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง


สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ