TMB

ถ้าพูดถึงสิ่งที่รักกับความถนัดในชีวิตบางครั้งก็อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป น้อยคนที่จะสามารถหาจุด สมดุลระหว่างความแตกต่างของทั้งสองได้อย่างลงตัว ในวันนี้ The Secret of Wealth ได้พาทุกคน มาพูดคุยซึมซับเรื่องราวดีๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและแทรกบันดาลใจของ ทพ.ญ.แพรพรรณ ลิมปิพิพัฒนากร หรือหมอแพร ทันตแพทย์หญิงคนเก่งผู้ก่อตั้งคลินิกทันตกรรม Dental Home Care มาเล่าให้ฟังว่ากว่าจะมาเป็นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบนี้ แท้ที่จริงแล้วเธอชื่นชอบงานศิลปะมาก การผสานความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ยิ่งเมื่อเติบโตมากขึ้น ได้พบผู้คนและ ประสบการณ์ชีวิตรวมไปจนถึงการประกอบวิชาชีพของตนเองที่กลายมาเป็นธุรกิจทันตกรรมที่เป็นที่รู้จัก แบบนี้แล้ว เธอยิ่งต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายเลยทีเดียว

จุดเริ่มต้นของการสร้างความสุขโดยทำสิ่งที่รักและสิ่งที่ถนัดควบคู่กัน

“ที่จริงแล้วทางบ้านทำธุรกิจตกแต่งภายใน พวกโคมไฟแชนเดอเลียร์ พรมและเฟอร์นิเจอร์ ทำให้แพรคลุกคลีกับศิลปะและการตกแต่งสีสันต่างๆ มาตั้งแต่เล็กค่ะ แพรคิดเอาไว้ตลอดว่าโตขึ้นอยากจะทำงานที่เกี่ยวกับศิลปะ งานออกแบบตกแต่ง แต่พอเราได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ถึงได้เริ่มเข้าใจตัวเองว่าที่จริงแล้วสิ่งที่สร้าง ความสุขให้แก่เรามันมี 2 ส่วนด้วยกัน ก็คือสิ่งที่เรารัก กับสิ่งที่เราถนัด”

“สมัยแพรเรียนอยู่ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย แพรเรียนสายวิทย์ฯ ค่ะ จะมีช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้มีโอกาสไปฝึกงานตามที่ต่างๆ เพื่อค้นหาความสนใจก่อนเลือก เรียนในระดับปริญญาตรี ซึ่งแพรมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่คลินิกทันตกรรมอีกแห่งซึ่งเป็นของเพื่อนคุณแม่ ปรากฏว่าเราชอบบรรยากาศแบบนั้นมันมีเรื่องของศิลปะ และความสวยความงามเข้ามาเกี่ยวข้อง และยิ่งไปกว่านั้นก็คือแพรรู้ตัวเองดีด้วยว่าแม้เราจะเป็นคนที่ชอบงานศิลปะมาก แต่เราก็ถนัดสายวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรามีความรู้สึกว่าเวลาเรียนวิชาในสายวิทยาศาสตร์ เราสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ก็เลยคิดว่า...ถ้าอย่างนั้นเราก็เอา 2 อย่างนี้มารวมกันซะเลย ตอนสอบ เข้ามหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี ก็เลยเรียนทันตแพทยศาสตร์ค่ะ จากนั้นก็ได้ไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์และปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย นอร์ทแคโรลัยนา ประเทศสหรัฐอเมริกา (University of North Carolina at Chapel Hill, USA)”

ในทันตกรรมมีงาน Art ซ่อนอยู่

“ส่วนหนึ่งที่แพรเลือกทันตแพทย์เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับความสวยงามที่น่าจะสอดคล้องกับความชอบของเราด้วย รู้สึกว่าการทำฟันเหมือนเป็นการผสม ระหว่าง Art & Science เวลาที่เราได้สร้างสรรค์ฟันสวยๆ ให้กับคนไข้ ก็ได้ใช้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และศิลปะไปด้วยกัน เราต้องแนะนำให้คนไข้ดูแลฟันเอง ได้อย่างถูกต้อง ในขณะเดียวกันความสวยงามของฟันที่ออกมาก็ต้องสร้างความพึงพอใจให้แก่คนไข้ด้วย ต้องคำนึงถึงรูปลักษณ์ ยิ่งได้ทำตรงนี้นานไปยิ่งรู้สึกว่า นี่แหละตัวเรา...และพบความเป็นตัวเราชัดมากขึ้นเรื่อยๆ”