TMB

มีสินค้าทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ เป็นสโลแกนประจำร้านดัง “พวงเบ็ดเตล็ด” ของ อาภัสสร สีเสน หรือที่คุ้นหูกันในนาม “เจ๊พวง” ผู้หญิงที่บอกเล่าความเป็นตัวเอง อย่างอารมณ์ดีว่า เธอเป็นคนสไตล์ ลูกทุ่ง ชอบความเรียบง่าย และชอบอะไรที่ไม่จำเจ

ปัจจุบันเจ๊พวงเป็นเจ้าของธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ปั้นมาด้วยสองมือตนเองถึง 7 สาขาในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ชีวิตที่เริ่มอยากจะมีธุรกิจส่วนตัวในวัย 30 ปีต้นๆ ที่หลายคนอาจมองว่าเป็นไปไม่ได้ สายเกินไป ชีวิตที่ไม่ได้มีชั่วโมงบินมากเพราะพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ข้องเกี่ยวกับแวดวงนักธุรกิจเลย ทั้งยังมีเงินเก็บเพียงก้อนเดียวที่เก็บออมรอมริบในขณะที่ทำงานเป็นสาวโรงงาน ก้าวสู่การมีธุรกิจในมือครอบคลุมพื้นที่หลายสาขาเช่นนี้ เธอผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้ The Secret of Wealth จะพาไปเจาะลึกเคล็ดลับความสำเร็จของผู้หญิงตัวเล็กแต่ใจใหญ่คนนี้ว่าเธอมีวิธีการบริหารชีวิต การลงทุน และธุรกิจให้สำเร็จอย่างไร เชื่อว่าคุณจะได้ทัศนคติที่ดีในการมองเป้าหมายและวางแผนชีวิตให้สำเร็จจากผู้หญิงคนนี้ไปได้ไม่น้อยทีเดียว

วิธีที่ 1 : หาสิ่งที่ชอบไม่พบ แต่ต้องค้นพบว่าสนใจอะไร

อาจจะยังไม่รู้ว่าชอบอะไรที่สุด แต่ควรจับจุดให้ได้ว่าเราสนใจอะไร และทำอะไรได้ดี ข้อนี้น่าจะเป็นข้อสรุปแรกหลังเริ่มบทสนทนา คุณพวงได้เปิดใจว่า เรื่องชอบหรือไม่ชอบอะไรอาจจะตอบตรงๆ หรือ ชัดเจนไม่ได้เลยนะ เพราะความชอบมันเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอด สมมติวันนี้เราชอบดื่มน้ำส้ม น้ำนางเอก แล้วต่อไปเราชอบน้ำสไปรท์ เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำส้ม เพราะเรา ได้เจอสิ่งที่ใช่กว่าแล้ว ก็เหมือนบางคนที่ชอบมาถามเราว่า จะเริ่มทำธุรกิจอะไรดีไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เราก็จะบอกไปว่า ถ้าไม่รู้ตัวว่าชอบอะไร ก็ให้เริ่มมองหาว่าตัวเองสนใจอะไรก่อน แล้วก็ลองเริ่มทำจากจุดตรงนั้น พอเวลาผ่านไปก็จะทำให้เราได้ค้นพบว่าเราชอบสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่ และทำมันได้ดีแค่ไหน จากนั้นเราต้องหาจุดที่ใช่ที่สุดสำหรับเราจึงเป็นที่มาว่า คนเราไม่ควรอยู่กับความจำเจเพราะความจำเจเป็นสิ่งที่ทำให้คนอยู่นิ่งไม่ได้พัฒนา เราจึงควรพาตัวเองไปเปิดใจรับโอกาสใหม่ๆ หาสิ่งที่ชอบและใช่ให้เจอ

 

วิธีที่ 2 : ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่ไม่หยุดการเรียนรู้

แม้จะเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่มีพื้นฐานด้านธุรกิจ ใช้ชีวิตเรียบง่ายด้วย การเริ่มเป็นสาวโรงงาน นำของไปขายและขับรถรับส่งสินค้า แต่เพราะนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน หมั่นพัฒนาตนเองในทุกๆ วันรวมถึงขยันเก็บออมจนมีเงินก้อน เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มสนใจอยากทำธุรกิจส่วนตัว ผสมกับมีแรงผลักดันอยู่ในใจ ว่าชีวิตจะต้องประสบความสำเร็จ หลังจากศึกษาข้อมูลได้ระดับหนึ่งคุณ พวงก็ได้ตัดสินใจลงมือทำธุรกิจทันที แล้วเรียนรู้แก้ไขปัญหาจริงจากสิ่งที่พบระหว่างทางจนในที่สุดก็ได้เกิดธุรกิจขึ้นมา และประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งใจ ทั้งนี้แม้ธุรกิจจะเป็นรูปร่าง แต่คุณพวงก็ยังพร้อมรับข้อมูลใหม่ๆ เช่น เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ และด้านบัญชีจากลูกสาว ตัวแทนของเด็กรุ่นใหม่ เป็นต้น

 

วิธีที่ 3 : กล้าลองกล้าเสี่ยง แต่ไม่ลืมมองความเป็นไปได้

ตั้งแต่ที่เริ่มทำธุรกิจ พอธุรกิจเริ่มอยู่ตัวเราก็หันมาเทรดหุ้น มีได้มีเสีย อยู่บนความเสี่ยงที่ไม่แน่นอน ทำให้เรากลับมาวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ทำให้เรามีอยู่มีกิน คือ การค้าขายที่สุจริต เราจึงหันมาโฟกัสทำธุรกิจที่ตอนนั้นมีสาขาเดียวจนสำเร็จ ไม่มีหนี้สักบาท จนผ่านมา 2-3 ปี ก็มีเงินทุนเพิ่มขึ้นและนำเงินมาต่อยอดธุรกิจจนขยายมาได้ทั้งหมด 7 สาขา ข้อสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จก็เพราะเรากล้าลงทุน กล้าเสี่ยง แต่เราก็ต้องเห็นความเป็นไปได้ก่อนที่เราจะลงมือเสี่ยงด้วย เช่น เรื่องทำเลสำคัญต่อการค้าขายมาก เราเลยมองเห็นโอกาสว่าถ้าที่ไหนมีร้านเซเว่น เราก็จะนำร้านพวงเบ็ดเตล็ดไปอยู่ตรงนั้น

 

วิธีที่ 4 : เสริมจุดแข็งสร้างจุดต่าง สิ่งไหนที่ร้านไม่มี จะหามาให้ลูกค้าทันที

ช่วงเริ่มสร้างธุรกิจให้เป็นที่รู้จักขึ้นมา เราศึกษาด้านการขาย ขายอย่างไรที่ให้คนชอบเรา ขายอย่างไรให้คนอยากเข้าร้านเราอีก ข้อนึงเลยที่เราแตกต่างจากร้านค้าทั่วไป คือ สิ่งไหนที่เราไม่มี เราจะหามาให้เขา พี่รอก่อนนะ เดี๋ยวหนูหามาให้ พี่จะใช้เร็วไหม เขาก็จะรอเราแล้วจากจุดนั้น ทำให้ลูกค้าเราปากต่อปากว่า

"ร้านนี้มีทุกอย่าง"
เพราะถ้าไม่มีก็ต้องหามาให้ได้ จึงเป็นที่มาของสโลแกนประจำร้าน
คือ มีสินค้าทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ จากความแตกต่างกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้ลูกค้าติดใจเรา
และนำพาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

 

วิธีที่ 5 : การจัดสรรเงินที่ดี ถือเป็นความมั่นคงของชีวิตข้อหนึ่งที่สำคัญ

การที่ธุรกิจและชีวิตครอบครัวมั่นคงได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะเรามีการจัดสรรเงินที่ดี เพราะถ้าย้อนไปในอดีตที่ไม่มีเงิน เราเริ่มจากทุนก้อนหนึ่งที่หามาได้ด้วยตัวเราเอง ทำธุรกิจที่พอทำให้เรามีอยู่มีกิน ไม่เป็นหนี้ใคร พอธุรกิจเติบโตขึ้นมาหน่อยมีกำไรค่อนข้างดี เราก็รู้จักแบ่งเงินให้เป็น เงินส่วนนึงก็นำไปต่อยอดธุรกิจให้เติบโต อีกส่วนนึงก็เป็นเงินออมไว้สำหรับอนาคต และส่วนสุดท้ายเราก็นำไปลงทุนให้งอกเงย ให้เงินทำงานให้เรา ซึ่งเราก็เริ่มหันมาลงทุนในกองทุนเพิ่มมากขึ้น เพราะความที่เราไม่ได้มีเวลาเหมือนแต่ก่อน เราต้องโฟกัสกับธุรกิจที่กำลังขยายไปอย่างรวดเร็ว กองทุนจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลให้ ไม่ต้องคอยเป็นกังวลเหมือนสมัยเล่นหุ้น ถึงกำไรอาจจะไม่ได้หวือหวาเท่าตอนเล่นหุ้น แต่ก็มีความมั่นคงและได้กำไรที่สม่ำเสมอตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ดังนั้นเวลาเราจะทำอะไรเราต้องแบ่งสัดส่วนให้ดี ต้องทำอะไรก็ได้ให้ชีวิตเรามั่นคงไม่ล้ม เพราะเราเป็นเสาหลักของครอบครัวและลูกเราต้องมีอนาคต