TMB

เคยมีคนพูดว่า ถ้าหากเรารักใครอย่าทุ่มใจไปให้เค้าหมดทั้งใจ เพราะมันเสี่ยงเกินไป การลงทุนก็เช่นกัน หากเรามีเงินอยู่100บาท แล้วเราเอาเงินทั้ง100บาทนั้นทุ่มลงทุนไปกับสิ่งเดียว ถ้าได้กำไรขึ้นมาก็ดีไป แต่หากขาดทุนขึ้นมา เราก็เจ็บหนักไม่ต่างจากคนอกหักเลยทีเดียว

จะปลอดภัยกว่ามั๊ยถ้าเรากระจายเงินลงทุนของเราไปในการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยง?

นี่คือแนวคิดของการลงทุนแบบจัดสรรสัดส่วนในการลงทุน หรือ Asset Allocation เรามารู้จักการลงทุนแบบนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

Asset Allocation
กระจายการลงทุน กระจายความเสี่ยง

Asset Allocation กลยุทธ์ในการลงทุนระยะยาว โดยการกระจายความเสี่ยง ในการลงทุนด้วยการจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ แทนการทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดไปในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือแค่กองใดกองหนึ่งแค่เพียงอย่างเดียว เป้าหมายก็เพื่อลดความเสี่ยง จากความผันผวนของตลาดและยังช่วยเพิ่มประโยชน์สูงสุดในการบริหาร ผลตอบแทนที่เหมาะกับเรา

TMB

ตัวอย่าง

สมมุติเรามีเงิน 100 บาท หากเราเอาเงินทั้ง 100 บาทนั้น ไปลงทุนในกองทุนหุ้นเพียงอย่างเดียว โดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูง ก็อาจจะเหมือนกับในกรณีที่เราเอาไข่ทั้งหมดไปใส่ไว้ในตระกร้าใบเดียว หากตระกร้าตก ไข่ก็อาจจะแตกหมด ดังนั้นต้องไม่ลืม ว่าผลตอบแทนที่สูงนั้นก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน โดยเงิน 100 บาท ที่ลงทุนในกองทุนหุ้นอย่างเดียวนั้น อาจได้ผลตอบแทนสูงถึง 125 บาท (ในสภาวะที่ตลาดหุ้น เป็นขาขึ้น) หรือขาดทุนเหลือแค่ 75 บาท ก็ได้ (ในสภาวะที่ตลาดหุ้นเป็นขาลง)

TMB

แต่หากเราเลือกที่จะกระจายความเสี่ยงด้วยการผสมการลงทุนในกองทุนประเภทอื่นที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าลงไป เช่น กองทุนตราสารหนี้

TMB

โดยกองทุนเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ต่ำกว่ากองทุนหุ้น แต่ในยามที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนก็อาจช่วยลดความเสี่ยง ในการลงทุนของเราได้ (แต่เราก็ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนอาจลดลงด้วยเช่นกัน) โดยเราอาจได้ผลตอบแทนที่ 115 บาท (ในสภาวะที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น) หรือหากในสภาวะที่ตลาดหุ้นเป็นขาลงก็อาจขาดทุนน้อยกว่าที่ 85 บาท เป็นต้น

ก่อนทำ Asset Allocation เราต้องรู้อะไรบ้าง?

TMB