TMB
  • 19 ม.ค. 64
    -
    25 ม.ค. 64
    ตลาดหุ้นเกือบทั่วโลกมีการปรับตัวลงบ้างหลังจากที่ปัจจัยบวกต่างๆ ได้เผยแพร่สู่สายตาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกาศรายละเอียดแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังจำนน 1.9 ล้านๆ ดอลลาร์ของนายไบเดนอย่างเป็นทางการ ประธาน Fed ยืนยีนว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ถึงเป้าหมาย รวมทั้งการเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชากรโลก จึงไม่แปลกใจที่ตลาดหุ้นจะมีการพักฐานบ้าง แต่ใจเราต้องทนทาน “ไม่ลนลานขายตาม” เพราะตลาดหุ้นสหรัฐฯ พึ่งเข้าสู่ช่วงการประกาศผลประกอบ ซึ่งเราต้องจับตาดูต่อไปโดยเฉพาะการประกาศผลประกอบการของกลุ่ม FAANG นอกจากนี้ เรายังต้องติดตามการออกมาตรการต่างๆ ของนายไบเดนในวันเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกด้วย
  • 12 ม.ค. 64
    -
    18 ม.ค. 64
    เปิดฉากปี 2021 ก็ดุเดือดเผ็ดมันกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในปีใหม่นี้ จากในช่วงต้นสัปดาห์ที่นักลงทุนต่างพากันกังวลถึงผลการเลือกตั้งวุฒิสภาในรัฐจอร์เจีย เนื่องจากเกรงว่าการเกิดกระแส Blue Wave อย่างเต็มรูปแบบที่พรรคเดโมแดรตครองทั้ง 2 สภา จะทำให้มีการขึ้นอัตราภาษีนิติบุคคลเกิดขึ้น และส่งผลทางลบต่อตลาดหุ้น แต่ทั้งนี้ รัฐบาลของนายไบเดนรู้ทันตลาด ประกาศจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังขนาดล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แทนที่จะเร่งขึ้นภาษี ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงปรับตัวขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนแม้ว่าตัวเลขภาคการจ้างงานของสหรัฐฯ จะประกาศออกมาแย่กว่าคาดมากก็ตาม จนกลายเป็นว่ากระแส Blue Wave นั้นน่ารื่นเริง บันเทิงตลาดหุ้น มาตรการกระตุ้นต้องมา
  • 05 ม.ค. 64
    -
    11 ม.ค. 64
    สัปดาห์สุดท้ายของปีเป็นที่พออกพอใจของนักลงทุนทั่วโลก โดยตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งท้ายปีเก่าท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส ที่นับวันจะกลายเป็นเหมือนเรื่องปกติสำหรับนักลงทุนไปแล้ว แม้ว่าการระบาดของไวรัสจะรุนแรงขึ้นจากการกลายพันธุ์ แต่ความกังวลของนักลงทุนกลับไม่มากเท่ากับการระบาดในครั้งแรกเนื่องจากการมีอยู่ของวัคซีนที่ได้นำมาทดลองใช้แล้ว มากไปกว่านั้น การที่ทางการสหรัฐฯ มีการออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจนับว่าเป็นกระสุนนัดสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และเป็นปัจจัยบวกแก่ตลาดหุ้นทั่วโลกจนสามารถหักล้างความกลัวจากไวรัสได้ ดังนั้น ด้วยพลังของมาตรการกระตุ้น เราจึงสามารถลุ้นได้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังคงปรับขึ้นต่อไป
  • 29 ธ.ค. 63
    -
    04 ม.ค. 64
    ตลาดหุ้นแทบทั้งโลกชักกระตุกในสัปดาห์ก่อนจากความวิตกเรื่องการแพร่ระบาดของโควิดที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสในประเทศอังกฤษ และมีการพบเชื้อกลายพันธุ์ดังกล่าวในประเทศอื่นอีกด้วย แต่ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยังไม่สิ้นหวังโดยบรรยากาศการลงทุนยังมีปัจจัยบวกจากการเจรจา Brexit ที่ทางอังกฤษและยุโรปสามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนสิ้นปี ประกอบกับ ปธน. ทรัมป์ มือแข็งแต่ใจอ่อนยอมลงนามบังคับใช้มาตรการกระตุ้นต่อต้านโควิด ดังนั้น จังหวะนี้เราจึงต้อง “ใส่หุ้นเต็มเหนี่ยว” เพื่อรองรับปีใหม่อันสดใสก่อนที่จะเสียโอกาสสำคัญไป
  • 22 ธ.ค. 63
    -
    28 ธ.ค. 63
    ลมหนาวพัดพา นำมาซึ่งโควิด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามที่เราคาดการณ์ โดยเฉพาะในฝั่งยุโรปที่พบโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถแพร่ระบาดได้เร็วกว่าเดิม ขณะที่การมีวัคซีนยังไม่สามารถหยุดยั้งได้ ส่งผลให้นักลงทุนมีการขายทำกำไรทันทีหลังจากที่ตลาดหุ้นได้ปรับขึ้นไปมาก นอกจากนี้ สถานการณ์โควิดในไทยกลับมาน่าเป็นห่วงไม่แพ้ชาติใดในโลก หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่าวรวดเร็ว ทำให้บรรยากาศการลงทุนทั้งในหุ้นไทยและหุ้นโลกต้องหยุดชะงักก่อนช่วงสิ้นปี
  • 15 ธ.ค. 63
    -
    21 ธ.ค. 63
    ตลาดหุ้นโลกสับสน ประชาชนยังมีความเคลือบแคลงใจต่อประสิทธิภาพของวัคซีนที่อาจจะมีผลข้างเคียงหลายประการ ทำให้ข่าวการนำวัคซีนมาใช้จริงนั้นไม่ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นโลกมากนัก นอกจากนี้ การเจรจาเรื่องมาตรการกระตุ้นทางการคลังและการเจรจาเพื่อออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษแบบมีข้อตกลงยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้นักลงทุนทยอยขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาเพื่อทำกำไรในช่วงปลายปี
  • 08 ธ.ค. 63
    -
    14 ธ.ค. 63
    ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างสบายใจท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิดที่หยุดไม่อยู่ โดยล่าสุดทางสหรัฐฯ ยังต้องเจ็บหนักจากทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้เข้ารับการรักษาที่เพิ่มขึ้นจนทำสถิติใหม่เป็นที่เรียบร้อย ดังนั้น ในช่วงฤดูหนาวที่โควิดโปรดปรานนี้อาจทำให้ตลาดมีการปรับตัวลงได้ทุกเมื่อหากไม่มีมาตรการกระตุ้นทางการคลังออกมาอย่างจริงจัง จึงเป็นเวลาอันสมควรแก่การขายทำกำไรเพื่อให้เราได้มีความสุขทางการเงินในช่วงปลายปี
  • 01 ธ.ค. 63
    -
    07 ธ.ค. 63
    ตลาดหุ้นยังมีโมเมนตัมจากข่าวความคืบหน้าของวัคซีน ประกอบกับสถานการณ์การเมืองในสหรัฐฯ เริ่มนิ่งขึ้น โดย ปธน. ทรัมป์ เริ่มมีการส่งผ่านอำนาจการบริหารไปให้รัฐบาลของนายไบเดน ทำให้ตลาดหุ้นเกือบทั่วโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยฉพาะหุ้นกลุ่ม Cyclical เช่น กลุ่มน้ำมัน และธนาคารเป็นต้น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มดังกล่าวเริ่มเบาบางลงสืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิคในสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจึงกลับมาเป็นที่ต้องการของนักลงทุนอีกครั้งหนึ่ง
  • 24 พ.ย. 63
    -
    30 พ.ย. 63
    ตลาดหุ้นผันผวน ข่าวดีเรื่องความคืบหน้าของวัคซีนเริ่มจางหายไป นักลงทุนกลับมากังวลถึงการแพร่ระบาดของไวรัสทั่วโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ และยุโรป พบการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อเช่นกัน ทำให้หุ้นกลุ่ม Work From Home กลับมาปรับตัวขึ้นแรงอีกครั้งหนึ่ง และการสับเปลี่ยนจากหุ้นกลุ่ม Growth มายัง Value เริ่มลดลง
  • 17 พ.ย. 63
    -
    23 พ.ย. 63
    ตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวในลักษณะ Headline Driven โดยความคืบหน้าของวัคซีนจาก Pfizer ก่อให้เกิดภาวะ Risk On จุดประกาย Sector Rotation จาก Growth Stock ไปยัง Value Stock ชั่วขณะ และเป็นแรงส่งให้ตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสครั้งใหม่ปรับตัวขึ้นมาสู่ระดับเดิมโดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปอาเซียน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศหลักปรับตัวขึ้นแรงแม้ว่าจะมีการระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐฯ
สนใจรับข้อมูลการลงทุน

สนใจรับข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ