TMB
  • ตุลาคม 62
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดหวังเชิงบวกว่าสหรัฐฯ และจีน จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าในเฟสแรกกันได้ภายในเดือนพ.ย. นี้ การที่สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปสามารถหลีกเลี่ยงการเกิด No-deal Brexit ได้ รวมถึงการที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ อินเดีย และจีนออกมาดีกว่าคาดการณ์
  • กันยายน 62
    ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาฟื้นตัวในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก 2 ประเด็นหลักๆ คือ 1.สหรัฐเลื่อนเก็บภาษีสินค้าจีน อีกทั้งยังกลับมาเจรจาการค้ากันอีกครั้ง และ 2. การที่ธนาคารกลางต่างๆ ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาด ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.10% รวมทั้งเตรียมกลับมาซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รอบใหม่ ในวงเงินเดือนละ 2 หมื่นล้านยูโร (นับจากเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป)
  • สิงหาคม 62
    ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการที่เศรษฐกิจโลกเติบโตในอัตราที่ช้าลง และการปรับลดคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียน อันเป็นผลกระทบมาจากสงครามการค้า
  • กรกฎาคม 62
    ประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง สงครามการค้า และนโยบายของธนาคารกลางต่างๆ ยังคงเป็น 3 ประเด็นหลัก ที่ส่งผลต่อตลาดในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางการเติบโตที่ลดลงของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบทศวรรษ (ปรับลด 0.25%)
  • มิถุนายน 62
    เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐฯ ประเทศในกลุ่มยุโรป และประเทศกำลังพัฒนายังคงอยู่ในโซนขยายตัว แต่มีแนวโน้มที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบ จากการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าต่างๆ
  • พฤษภาคม 62
    ดัชนีทางเศรษฐกิจในเดือนพฤษภาคมออกมาผสมผสาน โดยมีแนวโน้มชะลอตัวลงในสหรัฐฯ ในขณะที่ยุโรปมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย ผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะจีนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในเดือนที่ผ่านมา
  • เมษายน 62
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน โดยดัชนี MSCI All Country World Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนเมษายน และเพิ่มขึ้น 15.2% ตั้งแต่ต้นปี ปัจจัยที่ช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นได้แก่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2562 ที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ (ในช่วงต้นของการประกาศผลประกอบการ) และการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2562 ของสหรัฐฯ ยุโรป และจีนที่ดีกว่าคาดการณ์
  • มีนาคม 62
    ในเดือนมีนาคม ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวลง ขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจในยุโรปและจีน ส่งสัญญาณผสมผสานทั้งบวกและลบ โดยปัจจัยที่ยังคงต้องติดตามคือ ความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งประเด็น Brexit ที่ยังไม่มีทางออกชัดเจน
  • กุมภาพันธ์ 62
    ตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจขนาดใหญ่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยในสหรัฐฯ ตัวเลขทางเศรษฐกิจ เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการในเดือนมกราคม และยอดขาย บ้านมือสอง ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ขณะที่ในยุโรปดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (เบื้องต้น) อยู่ในระดับที่ชะลอตัว ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีนอยู่ในระดับ ที่หดตัว และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการออกมาต่ำกว่าคาดการณ์
  • มกราคม 62
    ตัวเลขทางเศรษฐกิจในเดือนมกราคมออกมาน่าผิดหวังโดยเฉพาะในยุโรป รองลงมาคือจีน ในขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาผสมผสานกัน การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่มีแนวโน้มเป็นไปในทางบวกมากขึ้นเป็นปัจจัยช่วยหนุนตลาดในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ประเด็น Brexit ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทั้งนี้ยังต้องติดตามทั้ง 2 ประเด็นอย่างใกล้ชิดต่อไป