TMB
  • มีนาคม 63
    ในเดือนมีนาคมตลาดหุ้นในประเทศต่างๆ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยระหว่างเดือนดัชนี MSCI World ปรับตัวลดลงกว่า 25% ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ทำให้ทั้งเดือนมีนาคมดัชนี MSCI World ปรับตัวลง 13.2% นำโดยตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วได้แก่ยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่ต่างก็ปรับตัวลดลง 16.2% 12.4% และ 6.1% ตามลำดับ
  • กุมภาพันธ์ 63
    ในเดือนที่ผ่านมา ความผันผวนของการลงทุนทั้งในตราสารหนี้และหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากความกังวลของผลกระทบต่อเศรษฐกิจของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ ระบาดออกไปนอกจีนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอิหร่าน อิตาลี และฝรั่งเศส
  • มกราคม 63
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงครึ่งเดือนหลัง อันเป็นผลมาจากความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน อาเซียน และไทย (อาเซียนและไทยมีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับจีนค่อนข้างมาก) ขณะที่ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาคโดยได้รับผลบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง
  • ธันวาคม 62
    ในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการที่สงครามการค้ามีความรุนแรงลดลง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ลดลงด้วยเช่นกัน
  • พฤศจิกายน 62
    ในเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่าสหรัฐฯ และจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันได้ก่อนที่จะถึงกำหนดการขึ้นภาษีอีกครั้งในช่วงกลางเดิอน ธ.ค.
  • ตุลาคม 62
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดหวังเชิงบวกว่าสหรัฐฯ และจีน จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าในเฟสแรกกันได้ภายในเดือนพ.ย. นี้ การที่สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปสามารถหลีกเลี่ยงการเกิด No-deal Brexit ได้ รวมถึงการที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ อินเดีย และจีนออกมาดีกว่าคาดการณ์
  • กันยายน 62
    ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาฟื้นตัวในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก 2 ประเด็นหลักๆ คือ 1.สหรัฐเลื่อนเก็บภาษีสินค้าจีน อีกทั้งยังกลับมาเจรจาการค้ากันอีกครั้ง และ 2. การที่ธนาคารกลางต่างๆ ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาด ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.10% รวมทั้งเตรียมกลับมาซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รอบใหม่ ในวงเงินเดือนละ 2 หมื่นล้านยูโร (นับจากเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป)
  • สิงหาคม 62
    ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการที่เศรษฐกิจโลกเติบโตในอัตราที่ช้าลง และการปรับลดคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียน อันเป็นผลกระทบมาจากสงครามการค้า
  • กรกฎาคม 62
    ประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง สงครามการค้า และนโยบายของธนาคารกลางต่างๆ ยังคงเป็น 3 ประเด็นหลัก ที่ส่งผลต่อตลาดในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางการเติบโตที่ลดลงของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบทศวรรษ (ปรับลด 0.25%)
  • มิถุนายน 62
    เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐฯ ประเทศในกลุ่มยุโรป และประเทศกำลังพัฒนายังคงอยู่ในโซนขยายตัว แต่มีแนวโน้มที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบ จากการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าต่างๆ