TMB
  • 04 ธ.ค. 61
    -
    10 ธ.ค. 61
    -ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากความคาดหวังเชิงบวกเกี่ยวกับการประชุมเพื่อหาข้อยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีท่าทีผ่อนคลายลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • 27 พ.ย. 61
    -
    03 ธ.ค. 61
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจาก 1. แรงเทขายในหุ้นกลุ่มพลังงานหลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรง 2. แรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 3. ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในยุโรป 4. ความกังวลหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยปัจจัยดังกล่าวยังคงส่งผลต่อ Sentiment การลงทุนโดยรวม และทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของสหรัฐฯ และเยอรมนี ปรับตัวลดลงหลังนักลงทุนเข้าซื้อเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ทการลงทุน
  • 20 พ.ย. 61
    -
    26 พ.ย. 61
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากความกังวลต่างๆ เช่น 1.แรงเทขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน 2.แรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (โดยเฉพาะ Apple) ในช่วงกลางสัปดาห์ 3.ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในยุโรป 4.ความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้น ดบ.ของ เฟด อย่างไรก็ตามตลาดฯเริ่มทรงตัวในช่วงปลายสัปดาห์ หลังรับข่าว เฟด อาจไม่เร่งปรับขึ้น ดบ. รวมทั้งมุมมองการเจรจาการค้าที่ดีขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน
  • 13 พ.ย. 61
    -
    19 พ.ย. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว โดยตลาดขานรับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่เป็นไปตามคาดการณ์ไว้ โดยพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากวุฒิสภา อย่างไรก็ตามตลาดปรับตัวลงช่วงปลายสัปดาห์จากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดหลังดัชนีราคาผู้ผลิตพุ่งขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
  • 06 พ.ย. 61
    -
    12 พ.ย. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นประมาณ 3.6% ขณะที่ตลาดหุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นประมาณ 6% โดยตลาดได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะทุเลาลง หลังปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการสนทนาทางโทรศัพท์กับปธน. สี จิ้นผิง ของจีนเป็นไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ดีตลาดปรับลงในคืนวันศุกร์หลังที่ปรึกษาปธน. ทรัมป์ กล่าวว่าปธน. ทรัมป์ ยังไม่ได้สั่งให้ร่างข้อตกลงใดๆ เพื่อยุติข้อพิพาททางการค้ากับจีน
  • 30 ต.ค. 61
    -
    05 พ.ย. 61
    - ตลาดหุ้นหลักๆ ปรับลงแรงในอาทิตย์ที่แล้วจากความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง - ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/2561 ที่ต่ำกว่าคาดและการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสถัดไปเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง - ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง หลังมีเม็ดเงินไหลเข้าเพื่อลดความเสี่ยงของ portfolio จากการที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง
  • 23 ต.ค. 61
    -
    30 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ปิดผสมผสานในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียปรับตัวลดลง โดยปัจจัยที่มีผลกระทบกับตลาดได้แก่การเจรจาเพื่อออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ความกังวลเกี่ยวกับร่างงบประมาณของอิตาลีที่ล่าสุดสหภาพยุโรปปฏิเสธร่างดังกล่าว และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/2018
  • 17 ต.ค. 61
    -
    17 ต.ค. 61
    สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วโลกปรับตัวลดลงจากการที่ในช่วงกลางสัปดาห์ตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) ปรับเพิ่มขึ้น จึงทำให้นักลงทุนกลัวว่า FED จะเร่งการขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น อย่างไรก็ดีช่วงปลายสัปดาห์ตลาดฟื้นตัวได้หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP growth ของโลกปี 2561 และ 2562 ลงเหลือ 3.7% (จากเดิม 3.9%) และปรับลดคาดการณ์ GDP growth ของสหรัฐฯ และจีนในปี 2562 ลงเหลือ 2.5% และ 6.2% ตามลำดับ
  • 09 ต.ค. 61
    -
    15 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้แข็งแกร่ง สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ที่ทำระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี โดยตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลดลงอย่างหนักเนื่องจากนักลงทุนเทขายหลังค่าเงินตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง
  • 02 ต.ค. 61
    -
    08 ต.ค. 61
    ตลาดหุ้นหลักๆ ปรับตัวลบสลับบวกในสัปดาห์ที่แล้ว โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลบซึมซับข่าว เฟด ขึ้นดอกเบี้ย โดยนักลงทุนหันมาจับตา มองสถานการณ์การเมืองในอิตาลีที่มีที่ท่าว่าจะยืดเยื้อ ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเนื่องจากแรงซื้อเก็งกำไร ก่อนการได้รับสิทธิเงินปันผลในช่วงครึ่งปีแรกของงบการเงิน