TMB
  • 04 ส.ค. 63
    -
    10 ส.ค. 63
    หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พุ่งทะยาน หนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นคืนชีพ หลังประกาศงบฯ ออกมาดีกว่าคาด (โดย 4 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Amazon, Apple, Alphabet และ Facebook เปิดเผยผลประกอบการออกมาสูงกว่าตลาดคาด แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19) ซึ่งสวนทางกับตลาดหุ้นอื่นที่ปรับตัวลงหนักเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการแพร่ระบาดรอบ 2 ของโควิด-19 ขณะที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวบวกสวนทางกับตลาดหุ้นอื่นๆ โดยได้แรงหนุนจากการที่ทางการจีนประกาศตัวเลข PMI ออกมาขยายตัวต่อเนื่อง
  • 30 ก.ค. 63
    -
    03 ส.ค. 63
    Sentiment การลงทุนเริ่มกลับมาเป็นลบ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน เริ่มกลับมาประทุอีกครั้ง โดยสหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนที่เมืองฮูสตัน ขณะที่จีนก็สั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเฉิงตูเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 ปี หลังมีแรงซื้อต่อเนื่องในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่างๆ
  • 21 ก.ค. 63
    -
    27 ก.ค. 63
    ตลาดหุ้นจีนร่วงลงแรงแม้จีนจะประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาด แต่ตัวเลขยอดค้าปลีกกลับ Surprise หดตัวลงต่ำกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าภาคการบริโภคของจีนอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ข่าวฉาวเกี่ยวกับบริษัทเหมาไถ ก็ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสุราร่วงลงแรง อย่างไรก็ตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 และการคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำของธนาคารกลางทั่วโลก ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น
  • 14 ก.ค. 63
    -
    20 ก.ค. 63
    ตลาดหุ้นจีนส่งสัญญาณกระทิง หลังดีดตัวขึ้น 8 วันติดต่อกัน เช่นเดียวกับดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นสหรัฐที่ยังคงปิดทำ New High อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด – 19 รายวันในสหรัฐฯ ล่าสุดเพิ่มขึ้นสูงกว่า 60,000 ราย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่มาตรการล็อคดาวน์อาจถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามบริษัท Gilead Sciences ออกมาเผยว่า ยา Remdesivir สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ได้ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลไปได้ระดับหนึ่ง
  • 07 ก.ค. 63
    -
    13 ก.ค. 63
    ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่พุ่งขึ้นแรงขานรับ 2 ปัจจัยหนุนหลักๆ คือ 1. Leading Indicator ของประเทศหลักๆ อย่าง สหรัฐ, จีน และยุโรป อย่างเช่น ดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและบริการ ในเดือน มิ.ย. กลับมาขยายตัวมากกว่าคาด และ 2. แรงหนุนจากรายงานที่ไฟเซอร์ อิงค์ (บริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ) เผยว่า ผลการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในมนุษย์ ที่ทำร่วมกับ BioNTech (บริษัทยาของเยอรมนี) นั้นได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ
  • 30 มิ.ย. 63
    -
    06 ก.ค. 63
    สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกพบกับการพักฐาน โดยปรับตัวลดลง 2% หลังนักลงทุนกลับมากังวลสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ รวมถึงประเทศในกลุ่มละตินอเมริกาที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการปรับประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงของ IMF และเตือนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่อาจจะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
  • 23 มิ.ย. 63
    -
    29 มิ.ย. 63
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งแม้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งโดยเฉพาะในสหรัฐฯ โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ เอเชีย และยุโรป ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ 2% - 3% จากแรงหนุนของธนาคารกลางที่ยังแสดงท่าทีพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยได้แรงหนุนจากการที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและชาติพันธมิตรปฏิบัติตามข้อตกลงการลดกำลังการผลิตได้เป็นส่วนใหญ่ รวมถึงได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
  • 16 มิ.ย. 63
    -
    22 มิ.ย. 63
    ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยตลาดหุ้นฝั่งตะวันตกเช่นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลดลงแรงประมาณ 5% - 7% โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนเกิดความกังวลว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆ อาจชะลอการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศลดการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าตลาดลง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียปรับตัวลดลงน้อยกว่าจากการที่สามารถควบคุมการระบาดได้ค่อนข้างดี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงแรงอีกครั้ง
  • 09 มิ.ย. 63
    -
    15 มิ.ย. 63
    ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการที่นักลงทุนมีความคาดหวังเชิงบวกกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังประเทศต่างๆ ทยอยกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังเชิงบวกว่าจะมีมาตรการกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากภาครัฐเข้ามาเพิ่มเติม รวมถึงการที่ดัชนีบ่งชี้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีนเดือนพ.ค. ออกมาดีกว่าคาดการณ์ แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีกว่าคาด
  • 02 มิ.ย. 63
    -
    08 มิ.ย. 63
    แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะเพิ่มขึ้นหลังทางการจีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่กับฮ่องกงซึ่งเป็นการขัดกับความเห็นของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการตอบโต้เช่นการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีกับฮ่องกง แต่ตลาดหุ้นก็ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องจากความคาดหวังเชิงบวกของนักลงทุนที่มีต่อการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติอีกครั้ง รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐประเทศต่างๆ ออกมาอย่างมากมายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ